NEWS

Manley Labs ถูกขายให้เจ้าของใหม่

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อีฟแอนนา แมนลีย์ (EveAnna Manley) ผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์เครื่องเสียง Manley Labs ในเมืองชิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียของเธอด้วยการประกาศขาย Manley Labs ให้กับเจ้าของรายใหม่คือ เดิร์ก อุลริช (Dirk Ulrich) ผู้ก่อตั้ง Brainworx Audio และ Plugin Alliance

อีฟแอนนา แมนลีย์ เผยว่าจากนี้ไป Manley Labs จะเป็นยุค Manley 3.0 “ฉันตั้งตารอที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และคลายภาระจากการบริหารบริษัทมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ฉันวางแผนที่จะใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน ๆ ให้มากขึ้น…”

เธอยกย่องเดิร์ก อุลริชว่ามีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของวงการเสียงระดับมืออาชีพยุคใหม่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาบริหารบริษัทเครื่องเสียงระดับมืออาชีพของเดิร์ก อุลริช อย่างแท้จริง และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะรักษามรดกของ Manley เอาไว้อย่างยั่งยืน

Manley Labs จะยังคงออกแบบและผลิตร่วมกับทีมงานเดิมที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และยังคงร่วมมือกับ Universal Audio ในการพัฒนาปลั๊กอิน UAD ต่อไป ผลิตภัณฑ์ของ Manley ซึ่งรวมถึง VOXBOX, ไมโครโฟน Reference Tube, Massive Passive EQ และ Variable Mu Compressor จะยังคงมีจำหน่ายตามปกติ รวมถึงผลิตภัณฑ์อะนาล็อกและดิจิทัลรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ในส่วนของเดิร์ก อุลริช เขาเผยว่า “อุปกรณ์เครื่องเสียงของ Manley เป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนงานคุณภาพในสตูดิโอชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก และชื่อเสียงที่ EveAnna และทีมงานของเธอได้สร้างไว้ตลอดหลายทศวรรษนั้นช่างน่าทึ่งอย่างแท้จริง ผมเป็นแฟนและผู้ใช้มานานก่อนที่จะเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ เราตั้งใจที่จะรักษามรดกของ Manley ไว้ พร้อมกับพัฒนาไปตามความต้องการของนักสร้างสรรค์ดนตรีและผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงรุ่นใหม่ ๆ”

เมื่อ 36 ปีก่อน ในปี 1989 หนึ่งปีหลังจากที่ EveAnna เริ่มทำงานกับ David Manley ผู้ก่อตั้ง Manley และ Luke ลูกชายของเขา เธอและ David ก็แต่งงานกัน ต่อมาในปี 1993 David ได้แยกบริษัทออกเป็นสองส่วน โดย EveAnna และ David นั้นดูแลการออกแบบและผลิตเครื่องเสียงสำหรับมืออาชีพและออดิโอไฟล์ของ Manley Labs  ส่วน Luke Manley นั้นแยกไปทำแบรนด์เครื่องเสียงไฮเอนด์ในชื่อ VTL (Vacuum Tube Logic) จากนั้นเมื่อ David ย้ายจากสหรัฐอเมริกาไปฝรั่งเศสในปี 1996 และหย่าร้างกับ EveAnna ในปี 1999 EveAnna ก็เริ่มบริหารบริษัทแบบเต็มเวลา

Manley Labs sale to new owner
EveAnna Manley และ Dirk Ulrich

อีฟแอนนา แมนลีย์ เปิดใจว่าการบริหารบริษัทไม่เหมือนกับการนั่งทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องคิดค้นทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ การบริหารบริษัทมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ไม่ได้หมายถึงความคิดสร้างสรรค์เสมอไป มันต้องอาศัยงานธุรการมากมายและความรับผิดชอบต่อชีวิตของคนอื่นด้วย มันเหนื่อยมากที่ต้องทำงานวันละ 8-17.5 ชั่วโมง ดูแลบัญชี ทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นับพันอย่างผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กอย่างเรา ๆ ที่ต้องทำหลายหน้าที่

“ตอนฉันผมเริ่มต้นใหม่ ๆ ฉันมีไฟในตัวอย่างเต็มเปี่ยมทั้งแรงกายและแรงใจ มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องขยายเสียงรุ่น Stingray ฉันมีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่จะก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุด และพิสูจน์ให้เดวิดและคนทั้งโลกเห็นว่าฉันเป็นคนพิเศษ ฉันมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม มีหูที่วิเศษ และมีวิสัยทัศน์ที่ดีว่าสิ่งที่ต้องการนั้นคืออะไรและจะทำมันออกมาเป็นอย่างไร การแสดงออกทางศิลปะนี่แหละที่ฉันคิดถึงมากที่สุดตอนที่เริ่มรับงานนี้”

ตอนนี้อีฟแอนนาอายุ 56 ปีแล้ว ใกล้เคียงกับเดวิดตอนที่เขาย้ายไปฝรั่งเศส “ฉันรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้กับคอมพิวเตอร์ในคุกคอมพิวเตอร์มานาน 25 ปีแล้ว” เธอสารภาพ

“ฉันต้องย้ายบ้าน [ถึงแม้ว่า] ฉันจะรักลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย รวมถึงการเดินทางและเยี่ยมชมตัวแทนจำหน่ายของเราทั่วโลก การไปงานแสดงสินค้าและอื่น ๆ ฉันมีเพื่อนร่วมงานที่ดีและเพื่อนที่แสนดีในวงการอีกหลายพันคน แต่ฉันก็อยากจะยุติอาชีพด้านออกแบบเครื่องเสียงของฉัน ตอนนี้เวลาคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน”

อีฟแอนนาเริ่มขายบริษัทเมื่ออย่างน้อยห้าปีก่อนในช่วงที่โควิดระบาดหนัก ซึ่งเป็นช่วงที่ Manley Labs กำลังทำกำไรได้มากที่สุด เธอได้รับข้อเสนอที่จริงจังถึงห้าราย แต่ก็ไม่มีข้อเสนอใดที่เป็นจริงเลย ต่อมา เฮเธอร์ ราฟเตอร์ (Heather Rafter) ทนายความด้านธุรกิจคนหนึ่งของเธอ ได้แนะนำเดิร์ก ซึ่งอีฟแอนนารู้จักเขาจากงานแสดงสินค้าอยู่แล้ว

“เดิร์กเริ่มรู้สึกอยากกลับมาลงสนามอีกครั้งหลังจากข้อตกลงห้ามแข่งขันกับ Native Instruments Group บริษัทเก่าของเขาเป็นเวลาสามปีได้สิ้นสุดลง”

“เราได้พบปะพูดคุยกันแบบตัวต่อตัวที่งาน NAMM Show ในเดือนมกราคม และเขาประกาศถึงความตื่นเต้นและความตั้งใจที่จะซื้อบริษัทของฉัน นับตั้งแต่นั้นมา เราก็ได้ดำเนินการซื้อกิจการอย่างเป็นทางการนี้มาโดยตลอด”

เนื่องจากเขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับบริษัทเดิมของเขา เดิร์กจึงมีทรัพยากรเพียงพอที่จะลงทุนใน Manley Labs เขาสามารถลงทุนในบุคลากร จ้างวิศวกรเพิ่ม และทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วง ดึงเอาประสบการณ์และความรู้เฉพาะด้านในโลกของระบบปลั๊กอินเสียงมาใช้ และสามารถผลิตปลั๊กอินสำหรับแบรนด์ Manley

เดิร์กมาจากโลกของเครื่องเสียงระดับโปร แล้วฝั่งออดิโอไฟล์ของ Manley Labs ล่ะ? อีฟแอนนา ยืนยันกับผู้อ่าน Stereophile ว่าภายใต้การดูแลของเจ้าของใหม่ ความมุ่งมั่นของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่ง

“ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงระดับออดิโอไฟล์ของ Manley มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้น พันธมิตรจัดจำหน่ายของเรา และทีมวิศวกรรม การผลิต และการขายของเรายังคงทำงานอยู่เหมือนเดิม”

ปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการลงทุนกับ Manley Labs โดยเฉพาะด้านวิศวกรรม ทำให้โปรเจกต์เครื่องเสียงสำหรับผู้บริโภคล่าช้า มีสาเหตุเนื่องจากผลกระทบของสงครามภาษีซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกระแสเงินสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโนปรีแอมป์และไลน์ปรีแอมป์รุ่นใหม่อย่าง Manley Precision


ที่มา: Stereophile

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ