REVIEW

รีวิว JBL : BAR 5.1

Sit & Listen
Sand Castle เป็นหนังสงครามที่ย้อนกลับไปเมื่อสมัยทหารอเมริกันบุกอิรัก เดินเรื่องผ่านพลทหารนายหนึ่งที่ตอนแรกก็ไม่ค่อยจะปลื้มกับการมารบที่นี่เท่าไหร่ ระบบเสียงเป็น Dolby Digital 5.1 เล่นผ่าน Application Netflix ในทีวี ที่มั่นใจว่าส่งผ่านสัญญาณ 5.1 มาทางช่อง HDMI (ARC) แน่ ๆ BAR 5.1 ของ JBL ตัวนี้จะแสดงผลคำว่า Dolby ขึ้นมาแวบเดียวครับแล้วก็เลื่อนหายไป

เริ่มตั้งแต่ฉากแรกที่ยกพลทหารราบเข้าไปยึดตัวเมือง บรรยากาศในสงครามที่คละคลุ้งไปด้วยเสียงระเบิด เสียงกระสุน มันเป็นเสน่ห์ของหนังที่ต้องมีระบบเสียงเซอร์ราวด์ที่ถูกโฉลกกับหนังประเภทนี้เป็นยิ่งนัก

ต้องบอกว่าเสียงเซอร์ราวด์ของ BAR 5.1 ตัวนี้ เอาคะแนนเต็ม 10 ไปเลยกับการถ่ายทอดบรรยากาศแบบนี้ เสียงเอฟเฟกต์จากซับวูฟเฟอร์ที่ลึกและกระชับ มีปริมาณและความถี่ี่ตอบสนองครอบคลุมเพียงพอ ทำให้รู้สึกเหมือนมีเสียงระเบิดกระจายอยู่หลายที่ไกล ๆ ออกไป

ในฉากนี้ทีมพระเอกของเราต้องวิ่งผ่านระเบิดควัน โดยมีกล้องแทนมุมมองสายตาของเราเหมือนวิ่งตามไปด้วย ตอนที่วิ่งผ่านระเบิดควันที่ตกอยู่บนพื้น เสียงฟู่ฟู่ของระเบิดควันดังขึ้นระหว่างลำโพงซาวด์บาร์ตัวหลักกับลำโพงเซอร์ราวด์ด้านขวาแพนไล่ตั้งแต่ด้านหน้ามาจนถึงด้านข้าง และจางหายไป

แค่นี้ก็วัดได้ว่าการทำงานของโปรเซสเซอร์และการควบคุมตำแหน่งของเสียงระหว่างลำโพง ถือว่าไม่ได้น้อยหน้าชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่ ๆ เลย

นี่ไม่นับเรื่องการถ่ายทอดเสียงที่มีความกลมกลืนไม่มีสะดุดเรื่องระดับความดังที่มาจากลำโพงแต่ละตัว หรือว่าการส่งผ่านเสียงเซอร์ราวด์ด้วยวิธีไม่ใช้สายมันจะดีกว่าการใช้สายลำโพงไปซะแล้ว

ในโรงภาพยนตร์ใหญ่ ๆ ที่ใช้สายลำโพงเป็นสิบ ๆ เมตรเป็นร้อย ๆ เมตร ก็คงอาจเป็นไปได้ แต่นี่ในห้องโฮมเธียเตอร์ที่ไม่ได้ลากสายลำโพงเซอร์ราวด์กันยาวขนาดนั้น น่าจะเป็นเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นจากการใช้สายลำโพงมากกว่า

ในกรณีแบบนี้แน่นอนว่าลำโพงเซอร์ราวด์ของชุดนี้เปรียบก็เหมือนกับเป็นลำโพง Active ไร้สายตัวนึงดี ๆนี่เอง ซึ่งต้องมีภาคขยาย มีภาค DAC และมีแบตเตอรี่เพื่อจ่ายกำลังไฟในตัว จะขาดแต่ก็เปลี่ยนว่ามันไม่สามารถเอาไปใช้งานต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ของเราได้อย่างอิสระเหมือนกับลำโพงไร้สายบลูทูธทั่วไป มันต่อกับ BAR 5.1 เท่านั้น

JBL จะควบคุมการปรับแต่งเสียงของซาวด์บาร์ชุดนี้ผ่านทาง Remote Control ที่เขียนว่า Sound mode ตามคู่มือ จะแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ ด้วยกันก็คือ โหมดที่ทำให้เสียงทั้งหมดออกมาเหมือนกันทั้งหมดทุกลำโพงที่เขาเรียกว่า Mono Mix

ซึ่งก็คล้าย ๆ กับระบบ Matrix สมัยหนึ่งที่นิยมใช้กันใน AV Receiver ซึ่งแน่นอนว่ามันเหมาะกับการเอาไปใช้กับแหล่งโปรแกรมที่ไม่ได้เข้ารหัสมาเป็นระบบเสียงเซอร์ราวด์อย่างพวกเพลง 2 แชนเนล หรือว่าเป็นรายการทีวีต่าง ๆ ทำให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงเซอร์ราวด์น่าฟังขึ้น

ตารางการทำงานของระบบเสียง เมื่อเลือกโหมดเสียงต่าง ๆ

แต่ถ้าเมื่อใดต้องการที่จะให้เสียงซาวนด์มันสร้างบรรยากาศแบบที่สตูดิโอบันทึกมา ก็ต้องกลับไปอีกโหมดหนึ่งตามตาราง ซาวด์บาร์ตัวนี้ก็มีให้เลือกใช้ตามชนิดของแหล่งโปรแกรมชัดเจนโดยเฉพาะในหมวดการดูภาพยนตร์จากพวก Streaming โปรแกรมที่เข้ารหัสมาในแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Dolby Digital หรือแม้กระทั่ง DTS 5.1 มันก็สามารถถอดรหัสได้ ซึ่งก็ออกมาดีเสียด้วยสิ

อีกจุดหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือเรื่องของ effects จากซับวูฟเฟอร์ของซาวด์บาร์ JBL ทุกตัวจะมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เทียบได้กับเสียงของเซอร์ราวด์ในชุดใหญ่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนชอบการดูหนัง ดูภาพยนตร์เป็นหลัก นี่อาจเป็นซาวด์บาร์ที่ต้องแนะนำให้ฟังเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

มันมีทั้งพละกำลังและการควบคุมเสียงความถี่ต่ำที่ออกมาได้อย่างแม่นยำ ผมแทบไม่ได้เซตอะไรเลยกับซับวูฟเฟอร์ของ BAR 5.1 ตัวนี้ แค่เอาไปวางไว้ในตำแหน่งที่มันควรจะอยู่เท่านั้น

ลองดูอีกเรื่องหนึ่ง I Am Legend ที่มี วิล สมิธ กับหมาของเขาเล่นเป็นตัวนำอยู่เกือบครึ่งเรื่อง เรื่องนี้จะว่าไปก็เกือบ 10 ปีแล้ว แต่การบันทึกเสียงถือว่าสุดยอด มาฟังกันในแบบ Streaming ผ่านทีวีที่ต่อออกมาผ่านช่อง HDMI (ARC) ปรับเป็นโหมด Dolby Digital 5.1 เข้า Sound Bar ตัวนี้

อย่าลืมดูที่ทีวีให้ส่งสัญญาณออกมาเป็น Dolby Digital หรือ bitstream ก่อนเป็นอันดับแรก อย่าง BAR 5.1 ตัวนี้ของ JBL ถ้าเกิดว่ากำหนดให้สัญญาณออกมาเป็น PCM (Plus Code Modulation) ที่สัญญาณที่ถูกถอดรหัสออกมาเรียบร้อย แต่ก็ยังเป็นที่ดิจิทัลอยู่มันไม่ส่งผลดีเลยเพราะระดับความดังของแชนเนลต่าง ๆ มันผิดเพี้ยนไปหมด

โดยเฉพาะของซับวูฟเฟอร์ กับหนังเรื่องนี้ ผมพูดได้เต็มปากว่ามันถ่ายทอดคุณสมบัติของระบบเสียงเซอร์ราวด์จากสตรีมมิ่งเซอร์วิสได้ครบทั้ง Dynamic ที่ทำให้ตื่นเต้น ฉากเอฟเฟกต์ที่โอบล้อมขยายเลยออกมาด้านข้าง มันเติมเต็มเสียงระหว่างลำโพงซาวด์บาร์ด้านหน้ากับเซอร์ราวด์ทั้ง 2 ข้างได้เนียนกริบแบบไร้รอยต่อให้สะดุดอีกครั้ง

จากเรื่องการแกะรอยประวัติศาสตร์ใน Inferno กับ Format เสียงที่เป็น DTS Master Audio 5.1 ฉากที่ทอม แฮงค์ ปีนรั้วลุยสวนเข้าไปในพาลาซโซ เวคคิโอ เพื่อเข้าไปค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวหนังสือปริศนาบนรูปภาพ ในฉากนี้การไล่ล่า 2 คนนี้มีการถ่ายทำโดยใช้ Drone เป็นตัวแทนของสายตาบินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากกับชุดลำโพงเซอร์ราวด์ตัวเล็ก ๆ ชุดนี้ ที่มันให้ตำแหน่งและมิติ ถึงขนาดระบุตำแหน่งและขนาดของวัตถุที่ลอยอยู่รอบ ๆ ศีรษะได้เลย

ส่วนหนึ่งก็ต้องยกความดีให้กับเสียง effect ของซับวูฟเฟอร์ที่ต้องเรียกว่า ‘เอาอยู่’ ในทุก ๆ ซีน ต้องย้ำกันอีกครั้งว่า จุดเด่นของซาวด์บาร์ชุดนี้ผมว่าอยู่ที่การถ่ายทอดทิศทางของเสียงในระบบเซอร์ราวด์ แถมยังเป็นลำโพงขนาดเล็กที่ให้ Dynamic ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ก็ต้องยอมรับว่าระดับความแตกต่างของไฟล์สัญญาณดิจิทัลที่ป้อนเข้าไปให้มันไม่ว่าจะเป็น Dolby Digital หรือ DTS 5.1 มันก็จะถ่ายทอดความรู้สึก ความเข้มข้นของเสียงแตกต่างกันตามบรรทัดฐาน ผมกำลังจะบอกว่าถ้าได้ไฟล์ที่มีความละเอียดสูง ๆ มันก็จะยิ่งให้รายละเอียดและความแม่นยำทุกตำแหน่งของเสียงได้มากยิ่งขึ้น

ตอนที่เล่นจาก Streaming service ว่าดีแล้ว เพราะเล่นผ่านแหล่งโปรแกรมที่ให้ความละเอียดของภาพและเสียงสูงขึ้น มันก็ยิ่งแสดงศักยภาพของเสียงออกมาได้ชัดเจนขึ้นไปอีก

Conclusion
ลำโพงทั้ง 5 แชนเนล ที่จริง ๆ แล้วเราเห็นมันแค่ 3 ตัว เพราะใน 3 แชนเนล หน้ามันรวมอยู่ตัวเดียวกันข้างหน้าทั้งหมด แต่ยังสามารถให้ช่องว่าง ช่องไฟ และการวางตำแหน่งของเสียงในทุก ๆ จุด ออกมาได้ดีในระดับที่ไม่จำเป็นต้องใช้โปรเซสเซอร์เก่ง ๆ ความเร็วสูง ๆ เท่านั้น

ไม่เว้นแม้เสียงที่ขยับสูงขึ้นไปอยู่บนหัว อาจจะไม่ถึงกับชัด แต่ก็สะกิดความรู้สึกได้ ต้องยกความดีให้กับทีมวิศวกรของ JBL ที่สามารถยกระดับของลำโพงซาวด์บาร์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยลำโพงเล็ก ๆ อีกแค่สองตัวเท่านั้น

ต้องจับตามองว่า JBL สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับลำโพงซาวด์บาร์อีกแล้ว หลังจากในซีรีส์ SB เดิมเขาก็จับตลาดในกลุ่มคนที่ชอบดูหนังเป็นหลัก

พอมาถึง BAR ซีรีส์ตัวนี้ ก็เพิ่มศักยภาพของลำโพงเซอร์ราวด์จริง ๆ เข้าไปกับความหนักแน่นเดิม ๆ ที่มีอยู่แล้ว จุดประสงค์หลักของคนที่เลือกซาวด์บาร์ตัวนี้ ก็คงต้องเป็นคนที่ชอบดูหนังในระบบเสียง 5.1 เป็นหลักแน่นอน

ซึ่งก็ไม่ว่าจะจาก Videos Streaming Service หรือแหล่งโปรแกรมจากหนังแผ่นอื่น ๆ สุ้มเสียงความเป็น เซอร์ราวด์ของซาวด์บาร์ตัวนี้อาจจะทำให้คุณลืมชุดเครื่องเสียงที่ยุ่งยากเทอะทะไปเลยก็ได้ มันสร้างบรรยากาศให้คุณเคลิ้มได้จนลืมไปว่าเสียงทั้งหมดมันมาจาก Sound Bar ตัวเล็ก ๆ 3-4 ตัวเท่านั้น นี่แหละอย่างที่ผมบอก มันเป็นยุคใหม่ของระบบเสียงเซอร์ราวด์โดยแท้..

จุดเด่น
– มีการแสดงผลด้านหน้าขนาดใหญ่ เข้าใจง่าย
– สามารถเล่นไฟล์เพลงผ่าน USB Port ได้
– เป็นชุดซาวด์บาร์ wireless แบบ 5.1 ที่ใช้งานไม่ยุ่งยาก

ข้อสังเกต
– บางครั้งที่ลำโพงเซอร์ราวด์และซับวูฟเฟอร์ไม่ทำงานขึ้นมาพร้อมกันอย่างอัตโนมัติเมื่อเปิดลำโพงหลักขึ้นมา
– ทำงานกับสัญญาณอินพุตที่เป็น PCM ยังไม่ดีนัก


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร. 0-2256-0020-9
ราคา 28,900 บาท (โปรโมชัน) / ปกติ 40,000 บาท

ธนภณ พูลเจริญ

Content Contributor ที่ปรารถนาจะถ่ายทอดประสบการณ์ในแวดวงโฮมเธียเตอร์ ทีวี และระบบเสียงมัลติรูมในแง่ของความคุ้มค่าของการใช้งาน เปิดมุมมองสู่ความต้องการที่ชัดเจนให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยี