RECOMMENDEDREVIEW

รีวิว Edifier : NeoBuds Planar “ครบเครื่องทั้งเรื่องเสียงและฟังก์ชันในงบไม่ถึง 5,000 บาท”

Edifier เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาหูฟังไร้สายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหูฟังไร้สาย True Wireless Stereo (TWS) ตระกูล NeoBuds ซึ่งผมเองก็มีโอกาสได้ลองฟังมาตั้งแต่ NeoBuds Pro รุ่นแรกหรือรุ่นที่สองอย่าง NeoBuds Pro 2

แม้ว่าทั้งสองรุ่นมีดีไซน์ที่คล้ายกันมากแต่ว่ารุ่นใหม่กว่ามันก็ ‘ดีขึ้น’ และ ‘น่าใช้’ อย่างที่ควรจะเป็นไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ของคุณภาพเสียงหรือว่าฟังก์ชัน และล่าสุดผมก็ได้ลองหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ในตระกูล NeoBuds อย่าง NeoBuds Planar ซึ่งเมื่อดูจากคุณสมบัติพื้นฐานแล้วผมว่ามันน่าสนใจไม่แพ้หูฟังไร้สายรุ่นพี่ที่ผมเคยรีวิวเอาไว้เลย

คุณสมบัติและการออกแบบ
NeoBuds Planar มาในรูปทรงที่คุ้นเคย มองเผิน ๆ ก็คือฝาแฝดกับ NeoBuds รุ่นก่อนหน้า แต่ครั้งแรกที่เห็นข้อมูลของหูฟังไร้สายรุ่นนี้ก็ทราบได้ทันทีว่ามันคล้ายกันแค่หน้าตาเพราะทางเทคนิคแล้วมันต่างไปจากเดิมทั้งด้านการเชื่อมต่อ การถอดรหัสเสียง รวมถึงหัวใจสำคัญอย่างไดรเวอร์หรือตัวขับเสียงซึ่งเป็นตัวกลางที่ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเสียงต้นทางและโสตประสาทของเราโดยตรง

ตามชื่อรุ่น การออกแบบ NeoBuds Planar เลือกใช้ไดรเวอร์แบบพลานาร์แมกเนติก ซึ่งในมุมมองของคนเล่นหูฟังส่วนใหญ่ทราบดีว่ามันมีคุณสมบัติบางอย่างที่พิเศษกว่าไดรเวอร์แบบไดนามิกทั่วไป ทีมออกแบบของ Edifier คงมองเห็นคล้ายกันจึงเลือกใช้เพียงแค่ข้างละตัวก็เพื่อรับผิดชอบเสียงทั้งย่านความถี่

Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
ไดรเวอร์แบบพลานาร์แมกเนติกใน Edifier NeoBuds Planar
Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
เทคโนโลยี 2nd generation EqualMass

นอกจากนั้นไดรเวอร์พลานาร์แมกเนติกที่ใช้นี้ยังคุยว่าเป็นงานดีไซน์ใหม่ที่อวดได้ทั้งเรื่องของไดอะแฟรมที่มีความเบาบางระดับไมครอนและยังเป็น ‘2nd generation EqualMass wiring technology’ ซึ่งหมายถึงการออกแบบเส้นตัวนำไฟฟ้าที่แนบอยู่บนแผงไดอะแฟรมบาง ๆ มีความสม่ำเสมอทั่วถึงทั้งแผ่น

ส่งผลให้เวลามันเหนี่ยวนำกับสนามแม่เหล็กเพื่อผลักให้ตัวแผ่นไดอะแฟรมขยับจนเกิดเป็นคลื่นเสียงสามารถสอดประสานกันได้อย่างราบรื่นทุกจุด ผลลัพธ์คือสุ้มเสียงที่มีความกระจ่างชัดเจนแถมมีความผิดเพี้ยนต่ำด้วยต่างหาก… ดูน่าสนใจดีเลยล่ะครับ

ตัวหูฟังมาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon Sound เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.4 และ Audio Codec คุณภาพสูงไม่ว่าจะเป็น LDAC, aptX, aptX Adaptive, aptX Lossless, LHDC 5.0 และ SBC ในตัวหูฟังยังมีไมโครโฟนข้างละ 3 ตัว ทำงานชิปเซ็ตของ Qualcomm ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ได้เสียงที่คมชัดในระหว่างการใช้เป็นอุปกรณ์แฮนด์ฟรี รวมถึงการใช้งานในโหมดตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC)

แบตเตอรี่ในตัวหูฟังถ้าปิด ANC ใช้งานได้ถึง 7.5 ชั่วโมง รวมเวลาชาร์จากเคสชาร์จอีก 22.5 ชั่วโมงรวมเป็น 30 ชั่วโมง หากเปิดใช้งาน ANC เวลาในการใช้งานลดลงเหลือ 5+15 ชั่วโมง ตัวเคสชาร์จนอกจากชาร์จไฟเข้าทางพอร์ต USB-C แล้วยังรองรับการชาร์จไร้สายด้วยเช่นกัน

ตัวหูฟัง NeoBuds Planar ได้รับการออกแบบให้ทนละอองน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP55 ดีไซน์ในภาพรวมดูคล้ายกับ NeoBuds รุ่นก่อนหน้าแตกต่างกันที่ขนาดและรายละเอียดเล็กน้อย ๆ ใครที่คุ้นเคยกับหูฟังรุ่นก่อนหน้าอยู่แล้วแทบไม่ต้องเรียนรู้หรือปรับตัวอะไรเลย

การเชื่อมต่อและการใช้งาน
การใช้งานหูฟัง NeoBuds Planar แนะนำให้เริ่มต้นจับคู่และเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อาจสะดวกกว่าเล็กน้อยด้วยฟีเจอร์ Google Fast Pair สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรแค่ใส่หูฟังไว้ในเคสชาร์จ เปิดฝาเคส แล้วกดปุ่มฟังก์ชันที่ตัวเคสค้างไว้จนเข้าโหมดจับคู่ และเลือกเชื่อมต่อไปตามปกติเหมือนในหูฟัง NeoBuds Pro รุ่นก่อนหน้า

ที่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าก็คือตัวแอปฯ ที่ใช้งานร่วมกันหรือ companion app เดิมทั้ง NeoBuds Pro และ NeoBuds Pro 2 มี companion app ชื่อ ‘Edifier Connect’ แต่ NeoBuds Planar นั้นเปลี่ยนไปใช้แอปฯ ‘Edifier ConneX’ แทน

Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
NeoBuds Planar และอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกัน
Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
NeoBuds Planar กับดีไซน์ที่คุ้นเคย

การใช้งานแอปฯ Edifier ConneX กับ NeoBuds Planar สามารถทำได้ราบรื่นและมีการแสดงข้อมูลอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นระดับพลังงานในแบตเตอรี่หรือ รวมถึงการตั้งค่าฟังก์ชันต่าง ๆ ตั้งแต่ฟังก์ชันหลัก ๆ อย่างเช่น โหมดตัดเสียงรบกวน, โหมดฟังเสียงแวดล้อม, ปรับเสียงด้วย PEQ, โหมดเล่นเกม (Game Mode ultra-low latency 0.08 seconds) หรือโหมดเปิดใช้งาน HD Audio Codec ซึ่งจำเป็นต้องเข้ามาเปิดใช้งานก่อนจึงจะสามารถเชื่อมต่อในโหมด Codec คุณภาพสูงอย่าง LDAC ได้ (default ปิดเอาไว้)

รวมถึงการตั้งค่าปลีกย่อยอื่น ๆ เช่น ฟังก์ชันตรวจจับการสวมใส่, การเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันสองเครื่อง, ฟังก์ชันปุ่มควบคุมสั่งงานที่ตัวหูฟังซึ่งรุ่นนี้เป็นการสั่งงานแบบบีบที่ก้านหูฟังรวมถึงการปรับความไวต่อการตอสนองการบีบ, ฟังกันเปลี่ยนสีไฟที่ตัวเคสชาร์จ หรือฟังก์ชันค้นหาตัวหูฟัง

Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
แอปฯ Edifier ConneX กับการแสดงค่าต่าง ๆ และเมนูตั้งค่าฟังก์ชันหลัก ๆ

ในส่วนของการใช้งานเบื้องต้นผมไม่มีอะไรติดใจ ในภาพรวมถือว่าน่าพอใจถึงน่าพอใจมากสำหรับหูฟังไร้สายในระดับราคานี้ เช่น การเชื่อมต่อที่รวดเร็วฉับไวและค่อนข้างเสถียร หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันสองเครื่องที่พบว่าสามารถใช้งานสลับไปมาระหว่างสองอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่นแม้ว่าจะเป็นอุปกรณ์คนละระบบปฏิบัติการก็ตาม ระบบนี้มีข้อจำกัดอยู่บ้างคือไม่สามารถเปิดใช้งานได้พร้อมกับโหมดเสียง HD Audio Codec ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง

ขณะที่ระบบตัดเสียงรบกวนและตัดเสียงลมถือว่าทำได้เงียบสงัดในระดับที่สามารถเทียบเคียงกับหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมได้ เมื่อใช้งานเป็นแฮนด์ฟรีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างและความคมชัดในระหว่างการสนทนาทำได้ดีพอสมควร แต่ความคมชัดยังเป็นรองหูฟังระดับพรีเมียมของ Apple (AirPods Pro 2) และ Sony (WF-1000XM5) อยู่บ้าง โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนมากกว่าปกติ

คุณภาพเสียง
หากพูดถึงคุณภาพเสียง ในฐานะที่เคยรีวิวและใช้งานหูฟังตระกูล NeoBuds Pro รวมถึงหูฟังรุ่นอื่น ๆ ของ Edifier มาก่อน โดยเฉพาะ STAX Spirit S3 ซึ่งเป็นหูฟังโอเวอร์เอียร์ที่ใช้ไดรเวอร์แบบพลานาร์ฯ เหมือนกัน ทำให้ผมมีความคาดหวังกับ NeoBuds Planar พอสมควร

เสียงแรกที่ได้ยินจาก NeoBuds Planar ผิดคาดไปเล็กน้อย โดยปกติหูฟังที่ใช้ไดรเวอร์แบบพลานาร์ฯ ที่ผมเคยฟังมากมักมีโทนเสียงแรกที่ค่อนข้างกระเดียดไปทางโปร่ง เบา และมีความพลิ้วสดใสเป็นจุดเด่น ทว่าเสียงแรกที่ได้ยินจาก NeoBuds Planar เป็นเสียงโทนอิ่มหนาและทุ้มนำนิด ๆ… โอเคมันอาจจะไม่ได้ดีเลิศไปเสียทั้งหมดแต่อย่างน้อยมันก็ไม่บางไม่แห้ง หรือเฟี้ยวฟ้าวน่ารำคาญ

Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
แอปฯ Edifier ConneX กับการตั้งค่าฟังก์ชันที่เกี่ยวกับเสียงโดยตรง
Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
เชื่อมต่อในโหมด HD Audio Codec

ผมพบว่าค่า default ของ NeoBuds Planar ปรับเสียงที่เมนู Sound Effects ในแอปฯ Edifier ConneX เอาไว้ที่ ‘Dynamic’ ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเน้นทุ้มขึ้นมานิด ๆ ให้เสียงฟังสนุกเร้าใจ ฟังสะดุดหู แต่สำหรับรสนิยมส่วนตัวผมอยากได้เสียงที่เป็นกลางกว่านี้อีกนิดเผื่อจะใช้มอนิเตอร์เสียงเพื่อพิจารณาคุณภาพของงานบันทึกเสียงในบางเวลาได้ด้วย ซึ่งการเปลี่ยนจาก ‘Dynamic’ เป็น ‘Original’ สามารถตอบโจทย์ผมได้

โดยเฉพาะเมื่อผมใช้ฟังงานเพลงที่บันทึกเสียงมาได้ดีอยู่ คือไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงแนวออดิโอไฟล์นะครับ งานเพลงทั่วไปถ้าทำเสียงมาดีก็ฟังได้ราบรื่นดี รายละเอียดดี เสียงมีมิติ มีโฟกัสชัดเจน สมดุลเสียงมีความกระจ่างชัดเจนพอสมควรทำให้สามารถถ่ายทอดสีสันของเพลงในแต่ละอัลบั้มที่แตกต่างกันออกมาได้

ขณะเดียวกันจุดเด่นที่มักพบได้ในไดรเวอร์แบบพลานาร์ฯ อย่างเช่น ความโปร่ง รายละเอียด และความกระชับก็ยังมีให้สัมผัสได้เป็นระยะ ๆ ด้านความกว้างของเสียงอาจไม่ใช่จุดเด่นนักแต่ขณะเดียวกันก็ไม่จุดอ่อนด้วยเช่นกัน

เสียงที่ว่าฟังดีนี้แม้ว่าจะฟังกับไอโฟนที่ไม่ได้เชื่อมต่อในโหมด HD Audio Codec ก็ไม่ได้มีปัญหาเช่นกัน ส่วนตัวผมว่าพื้นฐานมันดีอยู่แล้วในแต่องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นตัวไดรเวอร์พลานาร์ฯ และส่วนของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟังดูก็ทราบว่าได้รับการปรับจูนมาอย่างลงตัว ไม่ได้อาศัยคุณสมบัติของ HD Audio Codec เพียงอย่างเดียว… ตรงนี้สำคัญนะครับเพราะตัวไดรเวอร์แบบพลานาร์ฯ มักจะขับยากกว่าและควบคุมให้ได้เสียงราบรื่นยากกว่าไดรเวอร์แบบไดนามิกทั่วไป

Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds
ลองใช้งานกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงสมัยใหม่

คุณลักษณะดังกล่าวยังเป็นผลดีเวลาใช้งานกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงสมัยใหม่ที่ส่งสัญญาณเสียงออกไปทางบลูทูธได้เช่น Audio Technica AT-SB2022 Sound Burger หรือ FiiO TT13 BT ก็ใช้ฟังกับ NeoBuds Planar ได้แบบเพลิน ๆ เหมือนกัน จากที่เคยลองมาหูฟัง TWS เสียงดังไม่พอเวลาใช้งานในลักษณะนี้โดยเฉพาะกับ Sound Burger ที่เกนขยายในตัวค่อนข้างเบา

อย่างไรก็ดี สำหรับการใช้งานทั่วไปที่ใช้ฟังคอนเทนต์หลากหลายไม่ได้จำเพาะว่าต้องเลือกฟังแต่งานที่บันทึกเสียงมาดีหรือเป็นไฟล์คุณภาพสูง ผมลองปรับเสียงในเมนู Sound Effects ไปที่ ‘Customized’ เพื่อเข้าไปปรับเสียงด้วย PEQ ให้เสียงมันมีความรอมชอมมากขึ้นอีกหน่อยพบว่าก็ได้ผลดีครับ ซึ่งตรงนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกจูนเสียงให้หูฟังของตัวเองได้ตามใจตามรสนิยมส่วนตัวได้เลยครับ

Review Edifier NeoBuds Planar true wireless planar magnetic earbuds

Edifier NeoBuds Planar เหมาะกับใคร ?
ชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายของหูฟัง NeoBuds Planar คือ คนฟังเพลงที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็ในระดับที่สามารถคาดหวังได้จากยี่ห้อนี้หากเคยฟังหูฟังตระกูล NeoBuds มาก่อน

ขณะเดียวกันก็ยังต้องการฟังก์ชันอำนวยความสะดวกในการใช้งานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และที่สำคัญเมื่อเป็นยี่ห้อ Edifier ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนคาดหวังด้วยเช่นกัน

และที่ผมให้ความมั่นใจได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ NeoBuds Planar เป็นหูฟังไร้สายในระดับราคาไม่ถึง 5,000 บาท ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเทียบเท่าหูฟังไร้สาย true wireless ในระดับพรีเมียม บอกชัดเจนขนาดนี้ที่เหลือคงต้องอยู่ที่การตัดสินใจเฉพาะบุคคลแล้วล่ะครับ

สำหรับผม ผมว่ามัน ‘ครบเครื่อง’ ที่สุดเมื่อเทียบกับหูฟังตระกูล NeoBuds ทุกรุ่นที่ผมเคยรีวิวมาก่อน… ผมชอบมากครับ !


ข้อมูลตัวแทนจำหน่าย
425degree

ข้อมูลจากผู้ผลิต
Edifier

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบบันทึกเสียงและไมโครโฟนแบบมืออาชีพ