หัวเว่ยจัดแข่งขันนักพัฒนาเทคโนโลยีบนคลาวด์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย มุ่งสนับสนุนยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านไอซีทีสู่เวทีโลก
กรุงเทพฯ, 18 พฤศจิกายน 2563 บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขัน HUAWEI CLOUD Developer Contest เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อค้นหาและสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีศักยภาพของไทยทั้งระดับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป
ร่วมสร้างสรรค์แอปพลิเคชันและโซลูชันผ่านหัวเว่ย คลาวด์ สำหรับองค์กรธุรกิจและภาคสังคมในประเทศไทย ซึ่งนอกเหนือจากรางวัลต่าง ๆ แล้วผู้ชนะเลิศของทั้งสองประเภทยังจะได้เข้าร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย ณ เมืองตงกวน ประเทศจีนอีกด้วย
โดยการแข่งขันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน ‘POWERING DIGITAL THAILAND 2021: HUAWEI CLOUD & CONNECT’ ซึ่งเป็นการจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลสำหรับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564 ที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
นายโรเบน หวัง ประธานกลุ่มธุรกิจ Huawei Cloud และ AI บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หัวเว่ยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 21 ปีแล้ว ซึ่งการแข่งขันสำหรับนักพัฒนานี้ถือเป็นครั้งแรกที่ HUAWEI CLOUD จัดขึ้น
โดยทีมงานของเราได้คัดเลือกโครงการต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งมีทั้งโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับปัญหาต่าง ๆ ในปัจจุบัน โซลูชันที่แสดงถึงการพัฒนาไปสู่อนาคต ซึ่งทุกโครงการล้วนสะท้อนนวัตกรรมด้านความคิดและสามารถนำไปใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น
มนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้นำนวัตกรรมมาปรับใช้และเปลี่ยนเครื่องมือเหล่านั้นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทุกคนและสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยหัวเว่ยก็จะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์อีโคซิสเต็มเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเช่นกัน”
การแข่งขัน HUAWEI CLOUD Developer Contest ครั้งแรกในไทยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมงานได้พัฒนาและนำโซลูชันที่สามารถมอบประโยชน์แก่คนไทยและสังคมไทยมาใช้งานได้จริง
โดยเป็นการใช้ประโยชน์จากการให้บริการทั้งขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงของ Huawei Cloud อันประกอบด้วย Big Data (MRS), AI (ModelArts, OCR), Container (CCE, Service Stage), Blockchain (BSC) และอื่น ๆ โดยการแข่งขันแบ่งเป็นประเภทบุคคลทั่วไป และประเภทนักศึกษาโดยจะมีเพียง 12 ทีมเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกนั้น ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ (การใช้ tele-bio signal streaming), การขายและการตลาด (การจัดหาลูกค้า และการวิเคราะห์ด้านการขายผ่านเทคโนโลยี AI), การศึกษา (ระบบอี-เลิร์นนิ่ง, การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อให้คำปรึกษาด้านการศึกษาและการว่างงาน), การนำไปใช้ด้านกฎหมาย (การค้นหาข้อมูลด้านกฎหมายได้อย่างชาญฉลาดจากแหล่งข้อมูลกลาง), ความปลอดภัยด้าน AI ไปจนถึงโซลูชันการป้องกันการคุกคามทางไซเบอร์ (cyberbullying) ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI
การตัดสินรอบชิงชนะเลิศนั้น ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ อันประกอบด้วย นายวีรสกล ชวะโนทัย รองผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดิจิทัลและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ผศ. ดร. กรกฎ ใยบัวเทศ ทิพยาวงศ์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ. ดร. โอม ศรนิล, ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
โดยมี รศ. พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ให้เกียรติมอบรางวัลพร้อมกล่าวว่า“การแข่งขันครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่ามีแอปพลิเคชันจำนวนมากที่จะมอบประโยชน์อันหลากหลายแก่สังคม หากได้รับการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบและทำให้เกิดขึ้นจริง
โดยในนามของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เราพร้อมสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นักพัฒนาทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาแอปพลิเคชันซึ่งสามารถต่อยอดนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ทางกระทรวงฯ ขอขอบคุณหัวเว่ยที่จัดกิจกรรมเช่นนี้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีกิจกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพื่อที่ประเทศไทยจะเติบโตด้านเทคโนโลยีต่อไปอย่างมั่นคง”
สำหรับทีมชนะเลิศประเภทนักศึกษาเป็นของทีม Remy จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งประกอบด้วยนายสิริกร ชลานันต์ และนายศุภกฤษฏิ์ ท่านมุข โดยมี ผศ.ดร.นพ. ปิยพงษ์ คำริน อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว เป็นที่ปรึกษาประจำทีม ในโครงการ Tele-biosignal streaming system and signal extraction
ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการวัดสัญญาณชีพแบบดิจิทัล ระบบการนำเสนอภาพสัญญาณและระบบการดูแลผู้ป่วยทางไกล ช่วยให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยใช้ Huawei Cloud มาสนับสนุนการส่งสัญญาณไร้สายอย่างต่อเนื่องของคลื่นสัญญาณชีพจากเครื่องมอนิเตอร์หลากหลายแบบเข้าสู่ระบบการจัดการข้อมูลบนเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อติดตามอาการของผู้ป่วยได้จากทุกที่และทุกเวลา
โดยทีมยังกล่าวด้วยว่า Huawei Cloud ตอบโจทย์ในการพัฒนาระบบที่ซับซ้อน มีความยืดหยุ่นในการขยายขนาดเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานตามจริง สามารถส่งข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
สำหรับประเภทบุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศเป็นของทีม InDistinct นำโดยนายเสฐียรพงศ์ จึงอุดมพร นายธนพล นรเสฏฐ์ และนายศุกลเจษฎ์ สี่สุวรรณกุล ซึ่งร่วมกันพัฒนาโครงการที่มุ่งหวังให้เกิดการใช้งานการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล หรือ Digital ID ผ่านเทคโนโลยี AI
โดยมีการนำเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) มาใช้ร่วมกันเพื่อช่วยคัดแยกคุณภาพของรูปถ่าย ช่วยให้การใช้งานบัตรประจำตัวหรือเอกสารต่าง ๆ อาทิ ทะเบียนบ้าน หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน สามารถใช้งานร่วมกันได้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล เร่งการเกิดกระบวนการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลในไทยที่เชื่อถือได้
การแข่งขัน HUAWEI CLOUD Developer Contest นี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญส่งท้ายการจัดงาน “POWERING DIGITAL THAILAND 2021 HUAWEI CLOUD & CONNECT” ซึ่งบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับบริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) และพาร์ทเนอร์อีกกว่า 50 รายจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
ด้วยเป้าหมายที่จะศึกษาการนำเทคโนโลยี CLOUD AI และโครงข่าย 5G เข้ามาช่วยยกระดับนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านกระบวนการดำเนินงานให้แก่อุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ