Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

Sony เผยโฉมทีวี 4K และ 8K สองรุ่นแรกที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ ‘Ready for PlayStation 5’

Sony เผยโฉมทีวี 4K และ 8K สองรุ่นแรกที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ ‘Ready for PlayStation 5’ หรือ ‘พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับ PlayStation 5’ นั่นคือทีวีสองรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้นั่นคือ X900H (XH90) และ Z8H (ZH8) ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติรองรับการแสดงผลภาพ 4K120 และการใช้งานในรูปแบบ Bravia Game Mode

ว่ากันว่า PlayStation 5 นั้นได้ถูกพัฒนาขึ้นร่วมกับทีวีรุ่นใหม่ของโซนี่เพื่อยกระดับการแสดงผลทั้งภาพและเสียง ทางบริษัทให้ข้อมูลว่า 4k LCD TV อย่างรุ่น X900H (XH90) และ 8K LCD TV อย่างรุ่น Z8H (ZH8) นั้นเป็นสองรุ่นแรกที่ได้รับการรับรองคุณสมบัตินี้อย่างเป็นทางการ

ทั้งคู่รองรับการแสดงผลภาพที่ความละเอียด 4K 120fps ผ่านการเชื่อมต่อด้วย HDMI 2.1 โดยในรุ่น X900H (XH90) นั้นความหน่วงช้าในโหมด 120fps นั้นต่ำเพียง 7.2ms สำหรับรุ่น Z8H (ZH8) นั้นจะรองรับสัญญาณภาพระดับ 8K จาก PS5 หลังจากได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์แล้ว

ขณะที่ผู้ผลิตทีวีรายอื่นเช่น LG และ Samsung ก็มีพอร์ตเชื่อมต่อ HDMI 2.1 ให้มาในทีวีรุ่นใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน

ทางบริษัทยังให้ข้อมูลว่าทีวีรุ่นใหม่ในอนาคตบางรุ่นก็จะได้รับการรับรอง ‘Ready for PlayStation 5’ ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ 4K LCD TV รุ่นเรือธงอย่าง X950H (XH95) และ OLED TV รุ่นใหม่ที่ออกในปีนี้ทั้งในตระกูล A8H/A8 และ A9 เนื่องจากพวกมันไม่มีพอร์ต HDMI 2.1

สำหรับคุณสมบัติ Bravia Game Mode นั้นเมื่อทีวีได้รับสัญญาณจาก PS5 หลังจากได้เริ่มต้นโหลดเกมแล้ว ทีวีจะเปลี่ยนไปทำงานในโหมด ‘Bravia Game Mode’ ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณสมบัติดูคล้ายกับ HDMI ALLM ของผู้ผลิตทีวีรายอื่น อย่างไรก็ดีโซนี่ไม่ได้มีการพูดถึง HDMI ALLM แต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้นคุณสมบัตินี้ยังทำให้ตัวทีวีถูกเปิดใช้งานจากสถานะสแตนบายได้พร้อม ๆ กันกับเครื่องเล่น PS5 และผู้ใช้งานสามารถใช้รีโมตคอนโทรลของทีวีควบคุมการทำงานของ PS5 ได้ด้วย

ในด้านของระบบเสียง โซนี่ระบุว่าให้ความสำคัญกับเรื่องของเสียงเหมือนจริงหรือ ‘immersive sound’ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมมากไปกว่านี้ ขณะที่ PS5 ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบเสียงที่มีการกำหนดตำแหน่งของเสียงขึ้นใหม่ในชื่อเรียกว่า ‘Tempest’ เพื่อการถ่ายทอดระบบเสียงเกมที่เสมือนจริงมากยิ่งขึ้น คล้ายกับระบบเสียง Dolby Atmos

ด้วยเทคโนโลยีเสียงเหล่านี้ทำให้ระบบเสียงเสมือนจริงสามารถทำได้โดยการนำสัญญาณเสียงมาเข้ารหัสและกำหนดลักษณะของเสียงให้ได้เสียงเป็นไปตามที่ต้องการ แทนที่จะต้องบันทึกหรือมิกซ์เสียงรอบทิศทางเหล่านั้นมาตั้งแต่ต้น


ที่มา: flatpanelshd

Exit mobile version