Samsung เปิดตัว Galaxy S22, S22+ และครั้งแรกกับ Galaxy S22 Ultra ที่รวม Note series และ S series ไว้ในเครื่องเดียว
โซล, เกาหลีใต้ (9 กุมภาพันธ์ 2565) – ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟลกชิปสองรุ่นใหม่ล่าสุด Galaxy S22 และ S22+ ที่พร้อมให้ผู้ใช้ได้สร้างสรรค์และแสดงตัวตนอย่างเต็มที่ ผ่านสุดยอดนวัตกรรมกล้องที่โดดเด่น รวมถึงเทคโนโลยีการประมวลผลภาพขั้นสูง ทำให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกโมเมนต์น่าจดจำ โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่เพียงมาพร้อมดีไซน์อันสวยงามโดดเด่น แต่ยังผลิตโดยคำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อเป็นการสานต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง
นายทีเอ็ม โรห์ ประธานธุรกิจ โมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “กล้องสมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างสรรค์ แชร์ และเชื่อมต่อกับผู้คนที่เรารัก ด้วยการสื่อสารผ่านภาพถ่ายและวิดีโอ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อันทรงพลังในตระกูล S series โดยเน้นไปที่นวัตกรรมกล้องเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกมุมมองที่ดีที่สุดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน”
Nightography คือหนึ่งในฟีเจอร์อันโดดเด่นของ Galaxy S22 series ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของเซนเซอร์ขนาดใหญ่ ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่น Galaxy S21 | S21+ ถึง 23% และเทคโนโลยี Adaptive Pixel ซึ่งทำให้เลนส์สามารถเปิดรับแสงได้มากขึ้น พร้อมดึงรายละเอียดภาพและเน้นสีสันเพื่อมอบความคมชัดแม้อยู่ในที่มืด
![]()
โดยทั้ง Galaxy S22 | S22+ จะมาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เลนส์เทเล 10 ล้านพิกเซล และเลนส์อัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซล ในโหมดวิดีโอยังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ อย่าง การจัดเฟรมอัตโนมัติ (Auto Framing) ที่จะมีระบบทำหน้าที่มอนิเตอร์จำนวนคนที่เข้าร่วมเฟรมได้สูงสุดถึง 10 คน พร้อมปรับโฟกัสกล้องให้โดยอัตโนมัติ
และเทคโนโลยี VDIS ขั้นสูง (Advanced Video Digital Image Stabilization) ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน ทำให้รูปที่ถ่ายสามารถจับภาพทุกคนได้แบบคมชัดไม่มีพลาด
นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยี AI Stereo Depth Map ใหม่ล่าสุด ยังจะช่วยให้การถ่ายภาพในโหมด Portrait เพอร์เฟกต์ยิ่งขึ้น ด้วยการเก็บทุกรายละเอียดได้อย่างไร้ที่ติ ไม่เว้นแม้แต่การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง ที่ปัญหาการถ่ายภาพแล้วเส้นขนเบลอไปกับพื้นหลังจะหมดไป
ในทุกช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่ทำงานจนถึงบ้าน Galaxy S22 | S22+ พร้อมจะเข้ามาเป็นตัวช่วยที่จะอยู่เคียงข้างผู้ใช้งานทุกคน ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของชิปเซ็ตขนาด 4 นาโนเมตร ที่ประมวลผลเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ พร้อมความสามารถของ AI และ Machine Learning ที่ล้ำหน้า รวมถึงระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้แก่แอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้นโดยอัตโนมัติ
ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมคอนเทนต์ ท่องเว็บไซต์ หรือใช้แอปพลิเคชันแผนที่นำทาง ก็ทำงานได้อย่างราบรื่นไร้ที่ติ พร้อมใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน ด้วยแบตเตอรี่อัจฉริยะ ที่รองรับการชาร์จเร็วที่ 25 วัตต์ สำหรับรุ่น Galaxy S22 และ 45 วัตต์สำหรับ Galaxy S22+
ผู้ใช้ยังจะได้ดื่มด่ำกับการรับชมคอนเทนต์ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED 2x ขนาดใหญ่ 6.1 นิ้ว บน Galaxy S22 และ 6.6 นิ้ว บน Galaxy S22+ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Vision Booster ที่ปรับการแสดงผลภาพให้เข้ากับแสงบรรยากาศรอบตัวผู้ใช้ และปรับคอนทราสต์สีให้เหมาะสม รวมถึงพัฒนาอัตราความสว่างของหน้าจอให้เพิ่มสูงสุดถึง 1,300nits ใน Galaxy S22 และ 1,750nits ใน Galaxy S22+ จึงทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินได้เต็มอรรถรส
นอกจากนี้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันในทุกเวลา ซัมซุงจึงได้ร่วมมือกับ Google เพื่อแนะนำ Google Duo live sharing ที่ผู้ใช้งาน Galaxy S22 | S22+ สามารถรับชมภาพถ่ายพร้อมกับเพื่อนสนิท หรือจดบันทึกระหว่างประชุมไปพร้อมกับเพื่อนร่วมงานได้แม้จะอยู่คนละที่ก็ตาม
![]()
Galaxy S22 | S22+ มาพร้อมดีไซน์ Contour-Cut อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานเข้ากับการจัดวางกล้อง ขอบจอแบนสุดประณีต วัสดุกระจกอันหรูหรา และผิวสัมผัสด้านแบบ Haze Finish ได้อย่างลงตัว ซึ่งกรอบของกล้อง Galaxy S22 series ผลิตขึ้นจากโลหะขนาดบางไร้รอยต่อ พร้อมสีสันที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับตัวเครื่อง เพื่อสะท้อนถึงความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย
ในด้านความทนทาน Galaxy S22 | S22+ ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในตระกูล S series ที่ผลิตจาก Armor Aluminum ซึ่งเป็นกรอบอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่งที่สุดของซัมซุง รวมถึงยังเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Corning® Gorilla® Glass Victus®+ ทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลใจ หากมีอุบัติเหตุตกหล่นโดยไม่คาดฝัน
ทั้งนี้ ซัมซุงยังได้เตรียมอัพเกรดระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ บน Galaxy S22 series สูงสุดถึง 4 เจเนอเรชัน เพื่อให้กาแลคซี่แฟนหลายล้านคนทั่วโลกสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้ยาวนานขึ้น โดยที่ไม่พลาดระบบการรักษาความปลอดภัยเวอร์ชันล่าสุด พร้อมทั้งฟีเจอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือสิ่งน่าตื่นเต้นอื่น ๆ อีกมากมาย
โดยซัมซุงกำลังเดินหน้าขยายแนวคิดนี้ไปยังผลิตภัณฑ์รุ่นอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับการดูแลอย่างเต็มที่เมื่ออยู่ภายใต้กาแลคซี่อีโคซิสเต็ม
Galaxy S22 series ยังพร้อมให้ผู้ใช้ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนที่แตกต่างของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ผ่านอินเตอร์เฟซของ One UI ใหม่ที่สามารถปรับแต่งสีไอคอน วิดเจ็ต โทนสีบนหน้าจอหลักได้ตามใจ รวมถึงยังช่วยให้ผู้ใช้ได้สื่อสารความคิดและความรู้สึกได้อย่างง่ายดาย แม้ไม่ต้องพิมพ์ข้อความ ด้วยการนำเสนออีโมจิ GIF และสติ๊กเกอร์ได้โดยตรงจากแป้นคีย์บอร์ดบนหน้าจอ
นอกจากนั้นซัมซุงยังได้เปิดตัว Galaxy S22 Ultra ซึ่งเป็นการรวมสุดยอดฟีเจอร์ที่ดีที่สุดจากสมาร์ทโฟนสองรุ่นสุดไอคอนิกของซัมซุง ทั้งความสามารถและประสิทธิภาพที่ไม่เหมือนใครของ Note series และกล้องระดับโปรที่หลายคนต่างชื่นชอบของ S series มาไว้ในเครื่องเดียว เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่ไม่เหมือนใคร
เป็นครั้งแรกของซัมซุงกับการนำ S Pen มาไว้ในตัวเครื่อง Galaxy S series โดย S Pen รุ่นนี้ มาพร้อมกับความเร็วและการตอบสนองที่ดีที่สุด ด้วยความหน่วงที่ลดลงถึง 70% ทำให้ขีดเขียนหรือวาดรูปบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าที่เคย
![]()
โดย S Pen ทำให้ Galaxy S22 Ultra เป็นมากกว่าแค่สมาร์ทโฟน เพราะสิ่งนี้ถือเป็นการเปิดประตูสู่การสร้างสรรค์และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ Galaxy S22 Ultra ยังโดดเด่นด้วยการจัดวางเลนส์กล้องที่ผสานรวมกับกรอบโลหะอันเพรียวบางอย่างลงตัว พร้อมตัวเครื่องที่ทำจากกระจกอันหรูหราแต่แข็งแกร่ง และผิวสัมผัสด้านแบบ Haze finish ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับขอบตัวเครื่องลายเส้นและมุมอันเฉียบคม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Galaxy Note series
เมื่อใช้ Galaxy S22 series ผู้ใช้จะได้ภาพสวยจบหลังกล้องทันทีที่กดปุ่มถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ กลางวันหรือกลางคืน ถ่ายจากกล้องหน้าหรือกล้องหลัง เพราะด้วยฟีเจอร์ Nightography ที่มาพร้อมพิกเซลเซนเซอร์ขนาด 2.4 ไมโครเมตร ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่สมาร์ทโฟนซัมซุงเคยมี
ทำให้เลนส์กล้องสามารถจับแสงและรายละเอียดของภาพได้มากขึ้น นอกจากนี้ ด้วยเลนส์ Super Clear Glass ขั้นสูงใน Galaxy S22 Ultra ยังจะช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายวิดีโอในเวลากลางคืนได้อย่างคมชัดไม่มีแสงแฟลร์ รวมถึงอีกหนึ่งฟีเจอร์วิดีโอ อย่าง Auto Framing ที่จะช่วยจัดเฟรมของวิดีโอให้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าคนในภาพจะอยู่คนเดียวหรือ 10 คนก็ตาม
สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังอัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพของ AI ใหม่ ที่มอบความสามารถในการซูมได้มากถึง 100 เท่า รวมถึงโหมด Portrait ที่ทำให้ทุกภาพถ่ายดูสวยงามเป็นธรรมชาติราวกับถ่ายโดยช่างภาพมืออาชีพ
ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ใช้จะเป็นช่างภาพมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ เมื่อมี Galaxy S22 Ultra ก็เพียงพอแล้วต่อการถ่ายภาพให้สวยงามอย่างที่ต้องการ โดย Galaxy S22 series ทุกรุ่น สามารถบันทึกภาพในรูปแบบ RAW ได้สูงถึง 16 บิต พร้อมปรับแต่งเพิ่มเติมได้ภายหลังผ่านแอปพลิเคชัน Expert RAW ที่มีชุดเครื่องมือแบบครบครันติดตั้งมาพร้อมกับตัวกล้อง และเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกับกล้อง DSLR
ผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่า ISO และความเร็วชัตเตอร์ (Shutter speed) เพื่อเพิ่มความมืดหรือความสว่าง พร้อมปรับสมดุลย์แสงขาว (White balance) หรือโฟกัสวัตถุด้วยตนเองได้ตามต้องการอีกด้วย
Galaxy S22 Ultra ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับวิถีการทำงานอันทรงประสิทธิภาพ และเช่นเดียวกันสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในตระกูล Galaxy S22 series สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับชิปเซ็ต 4 นาโนเมตร ที่ขับเคลื่อนด้วย AI (Artificial Intelligence) และ ML (Machine Learning) อันล้ำหน้า นอกจากนี้ ยังมี Wi-Fi 6E ที่เร็วกว่า Wi-Fi 6 ถึงสองเท่า
ทำให้ผู้ใช้สามารถเต็มอิ่มไปกับการเล่นเกม สตรีมคอนเทนต์ หรือการทำงานได้อย่างเต็มที่ บนแบตเตอรี่อันทรงพลังที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานข้ามวัน จากการชาร์จอย่างเต็มที่เพียงครั้งเดียว รวมถึงรองรับการชาร์จเร็ว 45 วัตต์ ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 นาที หลังจากการชาร์จเพียง 10 นาที เท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นการดูหรือทำคอนเทนต์ รับรองได้เลยว่าผู้ใช้จะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การใช้งานหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.8 นิ้ว และค่าความสว่างสูงสุดที่ 1,750nits ซึ่งจะทำให้ทุกภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดกว่าที่เคยได้
![]()
นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยี Vision Booster ยังจะช่วยให้หน้าจอของ Galaxy S22 Ultra คงความสว่างได้ตลอดทั้งวัน ด้วยการปรับค่าความสว่างตามแสงรอบตัวให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ว่าจะใช้งานที่ร่มหรือแดดจ้าก็สามารถรับชมคอนเทนต์ได้อย่างชัดเจนเต็มที่
นอกจาก Galaxy S22 series แล้ว ซัมซุงยังได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ อย่าง Galaxy Tab S8 ซึ่งประกอบด้วย Tab S8, Tab S8+ และ Tab S8 Ultra รวมถึงการอัพเดตฟีเจอร์สำหรับ Galaxy Watch4 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเชื่อมต่อรองรับทุกด้านของชีวิต
Samsung Galaxy S22 | S22+ พร้อมเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ Phantom Black, สีขาว Phantom White, สีเขียว และสีพิงค์โกลด์ ส่วน Samsung Galaxy S22 Ultra พร้อมเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยมาในตัวเลือก 4 สี อย่าง สีดำ Phantom Black สีขาว Phantom White สีเขียว และสีใหม่ล่าสุด อย่าง สีแดงเบอร์กันดี สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s22-ultra/pre-order/