รีวิว SteelSeries : Arctis GameBuds “หูฟังไร้สาย TWS ที่ครบเครื่องทั้งเรื่องเล่นเกม ดูหนังและฟังเพลง”
การนำเสนอหูฟังไร้สายในยุคนี้โดยเฉพาะในกลุ่มไร้สาย True Wireless Stereo (TWS) บางรุ่นเน้นไปที่คุณภาพเสียง, บางรุ่นเน้นไปที่ฟังก์ชัน ขณะที่บางรุ่นเน้นไปที่ดีไซน์ หรือความสบายในการสวมใส่ใช้งาน
แต่สำหรับแบรนด์ดังทางสายเกมมิ่งจากประเทศเดนมาร์กอย่าง สตีลซีรีส์ ‘SteelSeries’ ดูเหมือนว่าพวกเขาพยายามให้ความสำคัญกับทุกเรื่องเลย อย่างเช่น SteelSeries รุ่น อาร์คติสเกมบัดส์ ‘Arctis GameBuds’
คุณสมบัติและการออกแบบ
SteelSeries Arctis GameBuds เป็นหูฟังไร้สาย TWS รุ่นใหม่ล่าสุดที่ตั้งใจออกแบบให้มีค่าความหน่วงที่ต่ำมาก รองรับการใช้งานในด้านความบันเทิงครบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนัง หรือว่าฟังเพลง
ตัวหูฟังได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อไร้สายได้ทั้งทางบลูทูธ (Bluetooth 5.3, SBC Codec) หรือเชื่อมต่อไร้สายสัญญาณ 2.4GHz ด้วยอุปกรณ์ USB-C Dongle / Adapter พิเศษของ SteelSeries ที่ให้มาพร้อมกับตัวหูฟัง
ดังนั้นหูฟังรุ่นนี้นอกจากสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาอย่างเช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้แล้ว ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เกมคอนโซลอย่าง Handheld Gaming PC, PlayStation 5, Nintendo Switch และ Xbox ได้ด้วย (การรองรับ Xbox ต้องใช้ Arctis GameBuds รุ่นสำหรับ Xbox)
การออกแบบให้มีอะแดปเตอร์พิเศษนี้ช่วยให้ตัวหูฟังสามารถเชื่อมต่อไร้สายข้ามแพลตฟอร์มได้ เนื่องจากโดยปกติแล้วหูฟังบลูทูธทั่วไปนั้นไม่สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับ PS5 หรือ Xbox ได้โดยตรง แต่ด้วยอุปกรณ์ USB-C Dongle / Adapter พิเศษขนาดกะทัดรัดของ SteelSeries นี้นอกจากทำให้ตัวหูฟังสามารถใช้งานได้ร่วมกับ PlayStation (PS5, PS4, PS4 Pro) และ Xbox ได้แล้ว ยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง Switch, Meta Quest และอุปกรณ์เล่นเกมแบบพกพา/บนคลาวด์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน (เพียงแค่มีพอร์ต USB-A หรือ USB-C)
ด้านระบบเสียง Arctis GameBuds มาพร้อมตัวขับเสียงแบบ Neodymium Magnetic Drivers ตอบสนองความถี่เสียงตั้งแต่ 20Hz-20,000Hz พร้อมรองรับระบบเสียงสามมิติ 360° Spatial Audio (Tempest 3D, Sonar Spatial) นอกจากนั้นยังมีพรีเซ็ตเสียงสำหรับอุปกรณ์ Gaming และ Mobile ผ่านแอปฯ Arctis ในสมาร์ทโฟน
หูฟังไร้สาย Arctis GameBuds ยังมีระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC, Active Noise Cancellation) รวมถึงโหมดฟังเสียงแวดล้อม (Transparency Mode) พร้อมระบบไมโครโฟน 4 ตัว และเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ ตัวหูฟังยังได้รับการออกแบบให้กันน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP55
ด้านแบตเตอรี่ในตัวหูฟังใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟแต่รอบ มาพร้อมกับตัวเคสชาร์จที่รองรับการชาร์จไร้สาย Qi พร้อมช่องสำหรับจัดเก็บตัวอะแดปเตอร์ 2.4GHz ในตัวเคสชาร์จ ตัวหูฟังเมื่อใช้งานรวมกับตัวเคสชาร์จ เวลารวมในการใช้งานจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ชั่วโมง

แกะกล่องลองใช้งาน
หูฟังไร้สาย SteelSeries Arctis GameBuds มาพร้อมกับเคสชาร์จ, USB-C Dongle / Adapter 2.4GHz, สายชาร์จ USB (USB-C to USB-C), จุกซิลิโคนให้เปลี่ยนทั้งหมด 3 คู่ขนาดต่างกัน ยังมีตัวแปลงขั้วต่อ USB-A เป็น USB-C มาให้พร้อมใช้งานตัว USB-C Dongle / Adapter 2.4GHz กับอุปกรณ์ที่เป็นพอร์ต USB-A ด้วย



ข้อมูลจากผู้ผลิตแจ้งว่าเคสชาร์จของ Arctis GameBuds นั้นรองรับการชาร์จเร็วทางพอร์ต USB-C ใช้เวลาชาร์จเพียง 15 นาทีก็สามารถใช้งานได้นานถึง 3 ชั่วโมง และชาร์จจนเต็มได้ภายใน 90 นาที ซึ่งก็ค่อนข้างสอดคล้องกับการใช้งานจริง
เบื้องต้นเมื่อลองต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟนด้วยสัญญาณบลูทูธและใช้งานร่วมกับแอปฯ Arctis ของ SteelSeries เอง (Arctis Companion App มีทั้ง iOS และ Android) ในหน้าหลักของแอปฯ มีการแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวหูฟังและเคสชาร์จอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังงานในแบตเตอรี่ การเปิด-ปิดการใช้งานโหมดเสียงต่าง ๆ ตั้งแต่โหมด EQ ปรับแต่งเสียง, โหมดการตัดเสียงรบกวน/เปิดฟังเสียงแวดล้อม, ระดับความดังของไมโครโฟนและ Sidetone


นอกจากนั้นยังมีส่วนของการเมนูการตั้งค่าอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น การตรวจสอบเวอร์ชันเฟิร์มแวร์, การเปิดใช้งาน Wear Sense หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่, Button Mapping หรือการตั้งค่าฟังก์ชันของปุ่มกดที่ตัวหูฟังสองข้าง
จากการทดลองเชื่อมต่อด้วยสัญญาณบลูทูธในเบื้องต้นพบว่าในกรณีที่จับคู่หูฟังกับอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัว การสลับใช้งานจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์นั้นจำเป็นต้องตัดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ก่อนหน้าเสียก่อนซึ่งอาจไม่สะดวกนัก แต่ก็แลกมาด้วยการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างเสถียรและสัญญาณเสียงแทบไม่มีการหน่วงเวลาเลย ใช้รับชมคลิปวิดีโอสตรีมมิงต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นโดยปราศจากปัญหาภาพและเสียงเหลื่อมล้ำกัน

สำหรับการเชื่อมต่อในโหมดใช้ USB-C Dongle / Adapter 2.4GHz เท่าที่ได้ลองกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์พบว่าสะดวกมากขึ้นไปอีก ไม่ต้องเสียเวลามาจับคู่ แค่เสียบก็เชื่อมต่อกับหูฟังได้เลยเพียงแต่ที่ตัวหูฟังต้องสลับจากโหมดเชื่อมต่อด้วยบลูทูธมาใช้งานในโหมด 2.4GHz ซึ่งการสลับโหมดก็สามารถทำได้บนหน้าแอปฯ Arctis ในสมาร์ทโฟน หรืออีกหนึ่งวิธีที่ง่ายกว่านั้นด้วยการกดปุ่ม 3 ครั้งติดกันที่ตัวหูฟังด้านขวา
ในโหมด 2.4GHz ความหน่วงช้าของเสียงจากการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่เดิมในโหมดบลูทูธก็ถือว่ามีความหน่วงช้าค่อนของต่ำอยู่แล้ว มาใช้งานในโหมดนี้ความหน่วงช้าก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก คนที่เน้นใช้งานเพื่อเล่นเกมหรือว่ารับชมวิดีโอสตรีมมิง หรือว่าจะพ่วงไปถึงการทำงานในส่วนของการทำงานตัดต่อวิดีโอ ได้ใช้หูฟังไร้สายรุ่นนี้แล้วไม่หงุดหงิดแน่นอน
คุณภาพเสียง
ในแง่ของคุณภาพเสียง โดยพื้นฐานหูฟังไร้สายรุ่นนี้ให้เสียงออกไปในแนวเน้นความคมชัด เนื้อเสียงโดยรวมโดยเฉพาะในย่านความถี่เสียงกลางสูงและความถี่สูงมีลักษณะพุ่ง เปิดเผย ด้านเสียงทุ้มถือว่ามีพลังงานเลยทีเดียวสำหรับหูฟังขนาดเล็ก
นั่นคือเสียงที่อ้างอิงในโหมด EQ แบบ Flat หรือไม่มีการปรับชดเชยเสียงเลย ถ้าใช้ฟังคอนเทนต์ทั่วไปหรือเล่นเกมถือว่าโอเคเลย แต่ถ้าฟังเพลงทางเราแนะนำว่าผู้ใช้งานควรลองใช้ฟังก์ชัน EQ สักหน่อย เนื่องจากการปรับ EQ ผ่านแอปฯ เป็นการปรับด้วย PEQ (Parametric EQ) ซึ่งถือว่าปรับได้ละเอียดพอสมควร และเป็นการตั้งค่าการปรับชดเชยเสียงไปยังตัวหูฟังโดยตรง
สำหรับในส่วนของ EQ Presets นั้นพบว่ามีมาให้เลือกใช้งานมากถึง 179 รูปแบบ ส่วนมาก (มากกว่า 100 โหมด) เป็นการปรับชดเชยเสียงที่ทีมออกแบบ SteelSeries Arctis GameBuds ตั้งใจทำมาเพื่อเกมยอดนิยมต่าง ๆ นับร้อย นอกจากนั้นยังได้เผื่อ EQ Presets สำหรับการดูหนังและการฟังเพลงพ่งมาให้ด้วย
เบื้องต้นเท่าที่ได้ลองใช้ EQ Presets กับหูฟังรุ่นนี้เพื่อทดสอบใช้งานกับเกมดังอย่าง Genshin Impact พบว่าเสียงที่ได้ก็ดูจะเข้ากันได้ดีสมกับที่ทาง SteelSeries เขาได้คุยเอาไว้จริง ๆ สุ้มเสียงมันมีความอิ่มมากขึ้น เอฟเฟ็กต์ในย่านความถี่ต่ำชัดเจนมากขึ้น


นอกจาก EQ Presets ที่เขาให้มาแล้ว เรายังสามารถเพิ่ม Custom EQ Presets ของเราเองได้ด้วย เพื่อจูนเสียงของหูฟังให้แมตช์กับรสนิยมของเราเองมากที่สุด อย่างไรก็ดีขั้นตอนการเพิ่ม Custom EQ Presets ที่ว่านี้เราจำเป็นต้องอาศัยแอปฯ Sonar Audio Software Suite ซึ่งมีให้ใช้งานเฉพาะในคอมพิวเตอร์ Windows เท่านั้น
ในแอปฯ Sonar Audio Software Suite เราสามารถเรียกดูได้ว่า EQ Presets แต่ละแบบ มีการปรับชดเชยการตอบสนองความถี่เสียงเอาไว้อย่างไรด้วย สำหรับการเพิ่ม Custom EQ Presets ของเราเข้าไปนั้นเราได้ลองฟังแล้วปรับแต่งคร่าว ๆ พบว่าสามารถปรับได้ละเอียดด้วย Parametric EQ 10 แบนด์ ในส่วนของเมนู Engine ในแอปฯ Sonar Audio Software Suite ช่วยให้ปรับแต่งจนได้เสียงที่ถูกใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเวลาที่ใช้หูฟังรุ่นนี้ฟังเพลงหลากหลายแนว หรืออาจนับรวมไปถึงการเพิ่ม Custom EQ Presets เพื่อการรับชมวิดีโอสตรีมมิงในแนวเสียงที่เราชื่นชอบได้ด้วย
นั่นเท่ากับว่า SteelSeries Arctis GameBuds เป็นหูฟังไร้สายอเนกประสงค์ที่เปิดกว้างให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่ง จูนเสียง ได้ตามชอบใจ ซึ่งหูฟังไร้สาย TWS ทั่วไปมีจำนวนน้อยมากที่จะมาพร้อมกับคุณสมบัตินี้

SteelSeries Arctis GameBuds เหมาะกับใคร ?
SteelSeries Arctis GameBuds เป็นหูฟังไร้สายอเนกประสงค์ที่เหมือนมีคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วคอยประมวลผลสัญญาณดิจิทัล พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งเสียงได้ตามใจชอบ สำหรับคนที่ยังไม่มีไอเดียในการปรับเสียงก็สามารถเลือกใช้ EQ Presets ที่มาพร้อมกับตัวหูฟังได้ด้วยเช่นกัน
ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังมองหาหูฟังไร้สาย TWS สักชุดไว้สำหรับใช้งานเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนังหรือฟังเพลง SteelSeries Arctis GameBuds เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างคุ้มค่า โดยที่ไม่ต้องห่วงว่าจะได้เสียงที่ถูกใจหรือเปล่าเพราะว่าเราสามารถเลือกเสียงในแบบที่เราชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเสียงให้เหมาะกับตัวเราเอง หรือการเลือกเสียงให้เหมาะกับคอนเทนต์ที่เรากำลังเข้าถึงอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณเป็นเกมเมอร์ที่อยากจะเป็น winner ในทุก ๆ เกม การที่หูฟังรุ่นนี้มีระบบ EQ Preset นั้นช่วยให้เราถือไพ่เหนือกว่าเกมเมอร์คู่แข่งอยู่เสมอ เพราะว่าเราจะได้ยินรายละเอียดเสียงมากกว่า แถมยังได้ยินเสียงก่อนใคร ประสิทธิภาพในการแข่งขันก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งคุณสมบัตินี้ยังไม่มี TWS ยี่ห้อไหนในตลาดทำได้ นี่คือเคล็ดลับที่ถือได้ว่าเป็นแต้มต่อสำหรับคนที่ใช้ Arctis GameBuds !
SteelSeries Arctis GameBuds™ – ราคา 6,590 บาท มีจำหน่ายที่ SteelSeries Official Store บน Shopee, Lazada, Tiktok, Central Online, JIB, Mine, IT CITY, ACE, Banana, Advice, I Have CPU, Speed Computer, PowerBuy, PowerMall, Dotlife, King Power, Mercular, 425 Degree และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ