Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

รีวิว Sennheiser : MOMENTUM True Wireless 3 “หูฟังไร้สายรุ่นสาม ที่มาพร้อมนิยามของความสมบูรณ์ (กว่าเดิม)”

Review Sennheiser MOMENTUM True Wireless 3 true wireless earbuds

การเปิดตัว MOMENTUM True Wireless 3 หูฟังไร้สาย true wireless รุ่นที่สามของเซนไฮเซอร์ แบรนด์ดังสัญชาติเยอรมันน่าจะทำให้แฟน ๆ ของหูฟังยี่ห้อนี้รู้สึกตื่นเต้นพอสมควร ขณะเดียวกันทางเซนไฮเซอร์ก็พยายามโปรโมตว่านี่คือ หูฟังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสียงดนตรี หรือ ‘Inspired by Music’ ซึ่งก็คือจุดเด่นของหูฟังตระกูล MOMENTUM True Wireless มาตั้งแต่รุ่นแรกอยู่แล้ว

คุณสมบัติและการออกแบบ
MOMENTUM True Wireless 3 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของหูฟังตระกูล MOMENTUM True Wireless ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรู เคสชาร์จกล่องสี่เหลี่ยมที่มีความโค้งมนตามขอบเหลี่ยมมุม พื้นผิวภายนอกห่อหุ้มด้วยผ้า ขณะที่ตัวหูฟังมาในรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่กะทัดรัดมากขึ้น

โดยข้อมูลจากเซนไฮเซอร์ยืนยันว่า MOMENTUM True Wireless 3 นั้นเป็นหูฟังไร้สาย true wireless ขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เซนไฮเซอร์เคยผลิตออกมาจำหน่าย โดยออกแบบให้รับกับใบหูตามหลักการยศาสตร์มากยิ่งขึ้นและมีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนหน้า (MOMENTUM True Wireless 2) 16%

นอกจากนั้นตัวหูฟังยังได้รับการออกแบบให้กันละอองน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX4 ตอบรับกับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าในระหว่างจะเดินทาง ไปเที่ยว ทำงาน หรือออกกำลังกาย

สำหรับองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียงโดยตรง หูฟังรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับไดรเวอร์แบบไดนามิกขนาด 7mm เทคโนโลยี TrueResponse ซึ่งเซนไฮเซอร์คุยว่าพัฒนาขึ้นมาเพื่อออดิโอไฟล์หรือผู้หลงใหลในระบบเสียงแบบ High Fidelity โดยเฉพาะ โดยมีจุดขายอยู่ที่การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่มีความเพี้ยน (distortion) ต่ำที่สุด

โดยไดนามิกไดรเวอร์ในที่นี้มีช่วงตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 5Hz-21kHz ความไว 107dB (อ้างอิงที่ 1kHz, 1mW) ความเพี้ยนต่ำกว่า 0.08% (อ้างอิงที่ 1kHz, 94 dB)

หูฟังไร้สายรุ่นใหม่นี้เชื่อมต่อไร้สายด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5.2 พร้อมเทคโนโลยีการเข้ารหัส/ถอดรหัสเสียง aptX Adaptive codec จาก Qualcomm ซึ่งรองรับสัญญาณเสียงรายละเอียดสูงถึงระดับ 24bit/96kHz นอกจากนั้นยังรองรับ Audio Codec ที่ใช้งานแพร่หลายทั่วไปอย่าง aptX, AAC และ SBC ด้วย

ด้านระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC) เป็นระบบ Hybrid-Adaptive ANC รุ่นล่าสุดจากเซนไฮเซอร์ ทำงานด้วยไมโครโฟนข้างละ 3 ตัว ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างหรือเปิดฟังเสียงแวดล้อมได้ในโหมด Transparency

นอกจากนั้นยังทำงานร่วมกับไมโครโฟนดูดเสียงแบบบีมฟอร์มมิงอีกหนึ่งตัวในโหมดใช้พูดคุยสนทนาพร้อมทั้งตัดเสียงรบกวนรอบข้างเพื่อให้การสนทนามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงพูดหรือ Voice Assistant

ที่ตัวหูฟังทั้งสองข้างยังคงมาพร้อมกับระบบควบคุมสั่งงานแบบสัมผัสที่สามารถปรับแต่งได้ผ่านแอปพลิเคชัน Smart Control ในสมาร์ทโฟน (แอปฯ ฟรีของเซนไฮเซอร์เอง ใช้ได้กับทั้ง iOS และ Android) รวมถึงเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่ทำงานร่วมกับฟังก์ชัน Smart pause ซึ่งคอนเทนต์ที่รับชม/รับฟังอยู่จะหยุดการเล่นอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก และกลับมาเล่นเองเมื่อผู้ใช้สวมใส่หูฟังอีกครั้ง

รายละเอียดต่าง ๆ ที่ตัวหูฟัง MTW3 (คลิกดูภาพใหญ่รายละเอียดสูง)

หูฟัง MOMENTUM True Wireless 3 มีน้ำหนักข้างละ 5.8 กรัม ขณะที่ตัวเคสชาร์จหนัก 66.4 กรัม สำหรับแบตเตอรี่ในตัวหูฟังมีความจุข้างละ 77mAh ใช้งานได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จแต่ละรอบ (ปิด ANC) บวกเพิ่มอีก 21 ชั่วโมงจากพลังงานในเคสชาร์จที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 850-950mAh

ตัวเคสชาร์จสามารถชาร์จไฟเข้าทางพอร์ต USB-C รวมทั้งยังรองรับการชาร์จแบบไร้สาย Qi Wireless charging ด้วย ขณะที่ตัวหูฟังรองรับการชาร์จเร็วที่ใช้เวลาชาร์จจนเต็มภายใน 1.5 ชั่วโมง หรือชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถใช้งานได้นานถึง 1 ชั่วโมง

Sennheiser MOMENTUM True Wireless 3 มาในตัวเลือก 3 สี ได้แก่ สีดำด้าน, สีขาว และสีกราไฟต์ เปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยราคา 9,999 บาท วางจำหน่ายที่ Sennheiser Web Shop และ มั่นคง Munkonggadget

การใช้งานเบื้องต้น
MOMENTUM True Wireless 3 หรือเรียกอย่างย่อว่า ‘MTW3’ เป็นหูฟังไร้สาย true wireless รุ่นใหม่ที่ยังคงมาในดีไซน์ที่คุ้นตา คือมันดูเหมือนว่าแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมสักเท่าไร ซึ่งถ้าคุณกำลังคิดแบบนั้น… ผมอยากให้หยุดความคิดไว้ก่อน

เพราะหลังจากที่ผมได้ลองใช้งานแล้ว บอกได้เลยว่ารอบนี้ทีมออกแบบของเซนไฮเซอร์เขาทำการบ้านมาดีจริง ๆ เริ่มต้นจากในจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไปแต่เซนไฮเซอร์ก็ไม่ได้ละเลย นั่นคือ ขนาดของตัวหูฟังที่ไม่ได้แค่ขนาดเล็กลงแต่ยังมีส่วนของครีบซิลิโคนเล็ก ๆ เพื่อความกระชับในการสวมใส่เพิ่มเข้ามาด้วย

จากการใช้งานจริงผมว่ามันเป็นหูฟัง MOMENTUM True Wireless ที่ใส่สบายแถมยังใส่ได้กระชับมากขึ้นด้วย โดยในกล่องบรรจุภัณฑ์นั้นมีจุกซิลิโคนมาให้เลือกใช้สี่ขนาด (XS/S/M/L) รวมทั้งครีบซิลิโคนเล็ก ๆ ที่ว่าอีกสามขนาด (S/M/L) สำหรับมาลองเปลี่ยนให้กระชับเข้ากับหูของเราได้พอดี

หูฟัง MTW3 และอุปกรณ์มาตรฐานที่มาด้วยกัน (คลิกดูภาพใหญ่รายละเอียดสูง)
ลักษณะท่อนำเสียงและจุกซิลิโคนของหูฟัง MTW3 (คลิกดูภาพใหญ่รายละเอียดสูง)

หลายคนที่ได้เห็นภาพของ MTW3 บอกว่ามันดูสวยขึ้น ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะสีกราไฟต์ที่ผมรีวิวอยู่นี้ เพราะที่ตัวหูฟังเขาทำเป็นสีทูโทน เป็นสีเทาเงินตัดกับสีดำดูโดดเด่นเลยทีเดียว

และในฐานะที่ผมเคยได้คุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทีมงานของเซนไฮเซอร์ เรื่องที่เป็น pain point หรือคุณสมบัติบางอย่างที่ผมคาดหวังว่าควรจะมีในหูฟังระดับพรีเมียมอย่าง MOMENTUM True Wireless แต่ไม่มีในรุ่นก่อนหน้า ตอนนี้ก็มีแล้วใน MTW3 เช่น การใช้งานหูฟังแบบแยกเดี่ยวได้ทั้งสองข้าง, เคสชาร์จที่รองรับการชาร์จไร้สาย หรือการรองรับ Audio Codec ที่เหนือกว่า aptX

ยังไม่รวมคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เคยมีในรุ่นก่อนหน้าอยู่แล้ว แต่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยทั้งระบบตัดเสียงรบกวน การปรับจูนเสียง ความเสถียรในการเชื่อมต่อไร้สาย

ผมยังสังเกตว่าปุ่มสัมผัสก็สั่งงานได้แม่นยำขึ้นมาก อาการแตะแล้ววืด (ไม่เป็นไปตามสั่ง) แทบไม่มีเลยตลอดการใช้งานในระหว่างการรีวิว ระบบไมโครโฟนในตัวเวลาใช้สนทนาทั่วไปก็พูดคุยกันได้ชัดเจนดี

หน้าเมนูและการปรับตั้งค่าต่าง ๆ ในแอปฯ Smart Control (คลิกดูภาพใหญ่รายละเอียดสูง)
หน้าเมนูและการปรับตั้งค่าต่าง ๆ ในแอปฯ Smart Control (คลิกดูภาพใหญ่รายละเอียดสูง)

สำหรับการใช้งานกับแอปฯ Smart Control ในสมาร์ทโฟน แม้ยังมีบางอย่างที่ไม่ได้ถูกใจไปเสียทั้งหมด เช่น การบอกระดับแบตเตอรี่ที่ยังไม่แยกบอกระดับแบตเตอรี่ของหูฟังแบบแยกข้างแต่บอกมาแบบรวม ๆ หรือการปรับอีคิวที่ปรับได้อย่างหยาบ ๆ แค่เพียง 3 แบนด์ และไม่ได้เป็นพาราเมติกอีคิว ถึงมีส่วนของ Preset EQ และ Sound Mode เพิ่มมาแต่ก็ยังไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอยากใช้งานสักเท่าไร

ทว่าเมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงที่ได้จากหูฟังโดยที่ยังไม่ต้องปรับแต่อีคิว ผมคิดว่ามันก็ฟังดีมากแล้วครับ ดังนั้นในส่วนของการปรับอีคิวจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผม

สำหรับส่วนที่เป็นไฮไลต์ก็คือ ระบบตัดเสียงรบกวนที่สามารถลดทอนเสียงรบกวนได้ในระดับใกล้เคียงกันกับหูฟังไร้สาย true wireless ระดับพรีเมียมแล้วยังมีโหมด Anti Wind เพื่อช่วยตัดเสียงลม ซึ่งก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีเลยทีเดียว หรือโหมดฟังเสียงแวดล้อมที่สามารถเลือกระดับหรือรูปแบบของการฟังเสียงแวดล้อมได้ด้วยเช่นกัน

ผมสังเกตว่ามีจุดหนึ่งที่ MTW3 ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผมได้ นั่นก็คือ การสลับการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องที่ยังไม่สามารถกดเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ใหม่ที่เคยจับคู่กันไว้ได้โดยตรง แต่ยังต้องกดตัดการเชื่อมต่อจากเครื่องก่อนหน้าเสียก่อน แม้ในแอปฯ จะมีส่วนของ Connection management มาให้เลือกจิ้มเพื่อสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ แต่ก็ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร

อย่างไรก็ดีข้อมูลจากเซนไฮเซอร์แจ้งว่า MTW3 เตรียมพัฒนาให้มีคุณสมบัติ Multipoint Connect หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันมากกว่าหนึ่งตัวซึ่งก็น่าจะตอบโจทย์ความต้องการข้างต้นของผมได้ด้วย ทว่าคุณสมบัตินี้ต้องรอการอัปเดตเฟิร์มแวร์ในอนาคตเสียก่อน รวมทั้งคุณสมบัติการปรับแต่เสียงส่วนบุคคล (Sound personalization)

คุณภาพเสียง
แม้ว่า MTW3 นั้นมาพร้อมกับ Audio Codec ประสิทธิภาพสูงอย่าง aptX Adaptive แต่ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ ก็ควรทราบไว้ก่อนว่าในปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่รองรับการเชื่อมต่อ aptX Adaptive นั้นยังมีจำนวนจำกัดมาก เมื่อเทียบกับ Audio Codec ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกันอย่าง LDAC

ซึ่งในระหว่างการรีวิว ด้วยอุปกรณ์ที่ผมมีใช้งานอยู่ มีเพียงสมาร์ทโฟน Xiaomi 12 Pro เท่านั้นที่สนับสนุน aptX Adaptive อย่างไรก็ตาม Audio Codec นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการกำหนดคุณภาพเสียงในภาพรวมของตัวหูฟัง เพราะว่าเมื่อผมเชื่อมต่อใช้งานกับ Samsung S22 Ultra ในโหมด aptX หรือกับ iPhone 13 Pro Max ในโหมด AAC ผมว่าเสียงที่ได้จาก MTW3 ก็ยังจัดว่า ‘ฟังดี’ อยู่ ไม่ได้ด้อยลงเสียจนกลายเป็นคนละเรื่องไป

การเชื่อมต่อในโหมด aptX Adaptive กับ Xiaomi 12 Pro (คลิกดูภาพใหญ่รายละเอียดสูง)

ผมว่า MTW3 ทางเซนไฮเซอร์เขาปรับจูนเสียงมาได้ลงตัวและเป็นกลางมากขึ้นเมื่อเทียบกับ MTW2 ในย่านความถี่เสียงกลางมีลักษณะที่เปิดเผยมากขึ้น แม้ว่าภาพรวมของเสียงยังคงมาในแนวทางเดียวกันกับรุ่นก่อนหน้าก็ตาม ทำให้ฟังแล้วรู้สึกว่าในย่านความถี่ต่ำและความถี่สูงนั้นไม่ได้ถูกเน้นขึ้นมาเสียจนฟังดูเป็น V-shape EQ เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า

ทำให้ภาพรวมน้ำเสียงที่ฟังสนุกคึกคักจากเสียงทุ้มอิ่มหนาที่เก็บตัวได้ดีไม่รุ่มร่ามรวมทั้งความเปิดเผยสดใสของหูฟังรุ่นนี้ไม่ได้แตกแถว หรือสนุกจนแบบล้ำเส้นจนสูญเสียความธรรมชาติในน้ำเสียงไปแต่อย่างใด

ผมถือว่าเป็นคัลเลอร์ที่คนชอบเสียงสด ๆ ชัด ๆ หรือเสียงทุ้มที่หนักแน่นกระชับต้องอ้าแขนโอบรับแน่นอนครับ เพราะว่ามันฟังพวก k-pop, j-pop, rock หรือ pop rock อะไรทำนองนี้ได้เข้ากันมาก ๆ สำหรับคนที่ฟัง classical, jazz, vocal นั้นต้องเรียนกันตามตรงว่ามันไม่ถึงกับโดดเด่นแต่ก็ไม่ได้ถึงกับฟังแล้วแย่ หรือว่าให้ความบันเทิงทางโสตประสาทไม่ได้เอาเสียเลย

ช่วงหนึ่งของการรีวิวผมม๊โอกาสได้ใช้ MTW3 ในระหว่างการรับชม Netflix ผมสังเกตว่าเสียงที่ผมได้ยินจากหูฟังรุ่นนี้ทำไมมันถึงฟังดูพิเศษกว่าปกติ มันมีความกว้าง ความโอบล้อม ไม่เหมือนการฟังเสียงสเตริโอทั่วไป

ในระหว่างนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า อ้อ เมื่อเร็ว ๆ นี้เพิ่งมีข่าวว่า Netflix เขาได้นำเอาประสบการณ์เสียงโอบล้อมแบบ Spatial Audio หรือระบบเสียงสามมิติเสมือนจริงที่ใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์โดยไม่เกี่ยงยี่ห้อมาให้บริการแล้วนี่หน่า

ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Spatial Audio ที่ Netflix เอามาใช้คือเทคโนโลยี AMBEO ของเซนไฮเซอร์นั่นเอง ผมเลยถึงบางอ้อแล้วว่า… มิน่าล่ะ ! เวลาใช้หูฟังของเซนไฮเซอร์ผลลัพธ์มันถึงฟังแล้วสะดุดหูเป็นพิเศษอย่างนี้

Sennheiser MOMENTUM True Wireless 3 เหมาะกับใคร ?
แม้ว่าเมื่อมองเพียงผิวเผินแล้วดูเหมือนว่าหูฟังรุ่นใหม่จากเซนไฮเซอร์นี้มีดีไซน์ไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก ทว่าเมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วก็พบว่ามันคือหูฟังไร้สายที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาในหลายส่วนเลยทีเดียว อาจยังไม่ใช่ทั้งหมดตามที่ผมคาดหวังเอาไว้แต่ก็อัปเกรดจนเกือบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แถมยังเปิดตัวมาในราคาที่ย่อมเยากว่ารุ่นก่อนหน้าอีกต่างหาก

ดังนั้นใครที่เคยเล็งหูฟังไร้สายตระกูล MOMENTUM True Wireless เอาไว้ แต่ยังติดขัดในงบประมาณหรือคุณสมบัติบางอย่าง ผมว่า MTW3 อาจทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น (มาก) เลยครับ

สำหรับผมแล้ว โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี่คือหูฟังไร้สายตระกูล MOMENTUM True Wireless ที่เสียงดีที่สุด และเซนไฮเซอร์ก็ได้ปรับปรุงมาจนมันมีคุณภาพเสียงและคุณสมบัติที่เทียบเคียงกับหูฟังไร้สาย true wireless ในคลาสเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นหูฟังอีกรุ่นของเซนไฮเซอร์ที่ครบเครื่องและคุ้มค่าเลยทีเดียว

Exit mobile version