ในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เสียวหมี่ (Xiaomi) แบรนด์ดังสัญชาติจีนได้ประกาศเปิดตัว Redmi Note 10 Pro และ Redmi Note 10 สมาร์ทโฟนระดับกลาง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด แน่นอนว่าเหมือนเช่นเคย สมาร์ทโฟนตระกูล Redmi นั้นเน้นที่ความคุ้มค่าเป็นหลักโดยเฉพาะรุ่นเล็กอย่าง Redmi Note 10
ในงบไม่เกิน 5,000 บาท Redmi Note 10 มาพร้อมกับคุณสมบัติหลายประการที่เราไม่เคยเห็นแบบ ‘มาพร้อม ๆ กัน’ มาก่อนในสมาร์ทโฟนแบรนด์เนมระดับราคานี้
คุณสมบัติและการออกแบบ
Redmi Note 10 (เร้ด หมี่ โน๊ต สิบ) มาพร้อมกับหน้าจอทัชสกรีนแบบ AMOLED ที่เป็นดีไซน์ DotDisplay ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1,080 x 2,400 พิกเซล, 409 ppi) อัตราส่วนหน้าจอ 20:9 ปิดด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
นอกจากระบบภาพแล้ว ด้านระบบเสียง Redmi Note 10 มาพร้อมลำโพงในตัวแบบลำโพงคู่ ให้เสียงสเตริโอ พร้อมช่องเสียบหูฟัง 3.5mm จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบเสียงรายละเอียดสูง 24bit/192kHz ด้วย (Hi-Res Audio certification)
ชิปประมวลผลเป็นชิป 8 แกน Qualcomm Snapdragon 678 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W ผ่านทางพอร์ต USB-C พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบโค้งฝังอยู่ในปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง/ล็อคหน้าจอ ที่ด้านข้างตัวเครื่อง พร้อมเซนเซอร์วัดแสงแบบ 360 องศา
สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP มาพร้อมกับเลนส์มุมกว้าง, กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษความละเอียด 8MP ลำหรับการถ่ายภาพหมู่หรือทิวทัศน์ที่มีอิสระมากขึ้น, กล้องมาโครความละเอียด 2MP, กล้องวัดระยะชัดลึกความละเอียด 2MP สำหรับช่วยการถ่ายภาพพอร์ตเทรต (หน้าชัดหลังเบลอ)
ในโหมดถ่าย/บันทึกวิดีโอ ระบบกล้องชุดนี้รองรับการถ่ายแบบ Slow Motion, Night Mode, Timelapse และ Timelapse Pro ที่เปิดโอกาสให้สามารถถ่ายได้ในทุกสภาพแสง รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps, 1080p@30/60fps ระบบกล้องหน้าสำหรับถ่ายเซลฟีใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 13MP รองรับการถ่ายภาพแบบ HDR
Redmi Note 10 รองรับการใช้งานแบบ Dual SIM พร้อมช่องใส่เมมมอรี่เสริม (microSD Card) ด้านบนตัวเครื่องยังมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR blaster) ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับแอปฯ รีโมตคอนโทรลที่มาพร้อมตัวเครื่อง ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ MIUI 12 ครอบอยู่บน Android 11
สมาร์ทโฟน Redmi Note 10 วางจำหน่ายใน 3 สี ได้แก่ Onyx Gray, Pebble White และ Lake Green พร้อมความจุ 2 ขนาด ให้เลือกคือ ความจุ RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 5,999 บาท วางจำหน่าย ที่ Mi Stores, ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์
สำหรับรุ่นความจุ RAM 4GB + ROM 64GB ราคา 4,999 บาท โดยวางจำหน่ายเฉพาะบน Lazada ระหว่างวันที่ 19 – 29 มีนาคม และทุกช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นต้นไป
ลองใช้งาน
Redmi Note 10 รุ่นที่เราได้รับมารีวิวนี้เป็นสี Onyx Gray รุ่นความจุ RAM 6GB + ROM 128GB ด้านการออกแบบภายนอก Redmi Note 10 เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่ที่มีขนาดตัวเครื่องค่อนข้างกะทัดรัด ออกแบบได้สวยงาม ทันสมัยและหรูเกินราคา
ขนาดเครื่องตามสเปคฯ คือ 160.46mm x 74.5mm x 8.29mm น้ำหนัก 178.8 กรัม จับถือใช้งานได้ถนัดมือ ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ตามมาตรฐาน IP53
ตัวเครื่องมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานให้พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเข็มแทงถาดซิม, เคสใส TPU และชุดหัวชาร์จ 33W/สายชาร์จ USB-A to USB-C รายการท้ายสุดนี้ต้องบอกว่าพบเห็นได้ไม่บ่อยนักในสมาร์ทโฟนระดับราคานี้
ก่อนอื่นถ้าว่ากันเรื่องของฟีเจอร์หรือคุณสมบัติในการใช้งาน ต้องบอกว่าเขาให้มาแบบไม่มีกั๊กเลยจริง ๆ กล้องหลัง 4 กล้อง, ลำโพงคู่สเตริโอ, จอ AMOLED ที่คมชัด สว่างและสีสันสดใส, แบตเตอรี่ขนาดใหญ่พร้อมระบบชาร์จเร็วที่พร้อมใช้งานได้เลย รวมทั้งช่องเสียบหูฟัง ขณะเดียวกันสิ่งที่เคยให้มาในสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นของแบรนด์อย่าง แอปฯ วิทยุ FM หรือแอปฯ รีโมตคอนโทรลก็ยังให้มาด้วยเหมือนเดิม
ที่น่าประทับใจกว่านั้นคือ คุณสมบัติต่าง ๆ ที่ให้มาถือว่ามีประสิทธิภาพหรือสมรรคนะในการใช้งานดีเลย ไม่ใช่ว่าให้มามากมายแต่ใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Wi-Fi Dual-Band (Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac) ที่รองรับการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านไฮสปีดในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี หรือการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ที่รองรับหูฟังหรือลำโพงสมัยใหม่ได้ทันที เชื่อมต่อใช้งานแล้วไม่หงุดหงิด
ลำโพงคู่ที่ให้มานอกจากแยกมิติซ้าย-ขวาแล้ว ยังให้เสียงดังฟังชัดไม่แพ้รุ่นไฮเอนด์เลยทีเดียว ไม่ใช่เสียงที่ดังแต่บี้แบนหรือแตกพร่าจนฟังไม่รู้เรื่อง ช่องเสียบหูฟังจากการลองใช้งานกับหูฟังอินเอียร์คุณภาพดีในระดับราคา 2,000-5,000 บาทก็ขับเสียงออกมาพอใช้ได้ เสียงมีความอิ่มหนา พร้อมทั้งรายละเอียดเสียงที่ดี แต่ยังเทียบไม่ได้กับการพ่วง DAC/AMP ดี ๆ เพิ่มเข้าไปหรอกนะครับ
สำหรับการใช้งานทั่วไป ถือว่าเร็วและลื่นไหลเลยทีเดียวสำหรับสมาร์ทโฟนในระดับราคานี้ การเข้าออกเมนูต่าง ๆ ถือว่าใช้งานได้ไม่หงุดหงิดเลย สแกนลายนิ้วมือรวดเร็วฉับไวไม่ต่างจากมือถือราคาแพง สามารถสตรีมคลิปวิดีโอ 4K ในยูทูบได้อย่างลื่นไหล สตรีม Netflix ด้วยคุณภาพระดับ HD ได้แบบลื่น ๆ
นอกจากตัวชิปประมวลผลสมรรถนะสูงแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกใช้หน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง RAM แบบ LPDDR4X และ ROM แบบ UFS 2.2 ตอบสนองการใช้งานทั้งแอปฯ ทั่วไปและแอปฯ ด้านความบันเทิง (สตรีมเพลง/หนัง/คลิปวิดีโอ) ได้อย่างไม่หงุดหงิดเลย ด้านแบตเตอรี่ที่ทางแบรนด์คุยว่าอึด ก็อึดจริงในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานกันโหดมากนักสามารถใช้งานข้ามวันได้สบาย ๆ
เมื่อลองใช้งานกล้องถ่ายรูป แม้ว่าจะยังพบจุดอ่อนในเวลาถ่ายรูปในสภาพแสงน้อยตามประสาสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่ก็ถือว่าไม่ได้ถึงกับแย่จนใช้งานไม่ได้ ระบบโฟกัสยังสามารถทำงานได้ไม่ถึง fail ไปเลย ในสภาพที่มีแสงสว่างสีสันที่ได้ถือว่าประมวลผลมาได้ดีไม่เพี้ยนหากไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ภาพที่เทียบเท่ากับมือถือรุ่นไฮเอนด์
ในโหมดมาโครพบว่าสมรรถของเลนส์มาโครใน Redmi Note 10 ทำได้ไม่น่าประทับใจเหมือนกันรุ่นพี่อย่าง Mi 11 แต่เมื่อลองถ่ายในโหมดเลนส์มุมกว้างเรากลับประทับใจสมรรถนะของมัน ซึ่ง Redmi Note 10 น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคา 5-6 พันบาทเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถใช้ถ่ายภาพเลนส์มุมกว้างพิเศษได้ดีและใช้งานได้เลยทีเดียว
Redmi Note 10 เหมาะกับใคร ?
หลังจากที่ได้ลอง Redmi Note 10 แล้ว เรารู้สึกได้เลยมันเกิดมาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนในระดับล่างจนถึงกลางล่างได้อย่างแท้จริง ทั้งเฉพาะในส่วนของแอปฯ ใช้พื้นฐาน และแอปฯ ที่ใช้งานเพื่อความบันเทิง
และในขณะที่สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมบางรุ่นให้ลูกค้าต้องวิ่งหาหัวชาร์จหรืออะแดปเตอร์ชาร์จไฟ โดยเฉพาะแบบชาร์จเร็วเอาเอง แต่สมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นนี้กลับให้มันมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเลย เรียกว่านอกจากราคาดีแล้ว ยังให้อะไรต่อมิอะไรมาแบบไม่มีกั๊กอีกด้วย
ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาดี ๆ คุณภาพเกินราคาไปใช้งานในชีวิตประจำวัน เราบอกได้เลยว่า Redmi Note 10 สุดคุ้มแล้วครับในระดับราคานี้ !
