รีวิว Huawei : MediaPad M3
ฟังก์ชั่น Dual Windows ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นใน EMUI เวอร์ชั่นใหม่ ๆ ของหัวเว่ยเมื่อมาใช้งานในแท็บเล็ตจอใหญ่เต็มตาอย่างนี้มันจึงน่าสนใจมากกว่าการใช้งานในสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังรองรับการใช้งานทั้งในโหมดจอแนวตั้งและแนวนอนด้วยต่างหาก เรียกว่าพอได้ใช้งานกับอุปกรณ์จอใหญ่ฟังก์ชั่นนี้ก็จะได้ใช้ประโยชน์กันเต็มที่ขึ้นแน่นอน


สำหรับเรื่องเสียง สิ่งแรกที่สะดุดหูแน่นอนคือ ‘ความดัง’ ลำโพงในตัวมันดังมาก ๆ ดังกว่าแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไป ยิ่งถ้าเทียบในขนาดจอเท่า ๆ กันด้วยแล้วผมเห็นว่าไม่มีแท็บเล็ตตัวไหนเสียงดังกว่านี้อีกแล้ว แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ความดังที่ได้ไม่ใช่สักแต่ว่าดังแบบไม่มีคุณภาพ
เสียงจากลำโพงในตัวของ MediaPad M3 เด่นมากเรื่องความชัดเจนสดใสของเสียงกลางและแหลม ยิ่งถ้าเปิดโหมด SWS 3.0 เวลาใช้งานในแนวนอน (landscape) เสียงที่ได้จะแยกมิติเสียง ‘สเตริโอ’ ซ้าย/ขวาอย่างชัดเจนน่าฟังมาก ยิ่งถ้าดูหนังด้วยแล้วผมมีความรู้สึกว่าเสียงมันกว้างและโอบล้อมมาถึงด้านข้างตัวเรานิด ๆ ด้วยซ้ำ
รายละเอียดส่วนนี้ฟังแล้วน่าสนใจมากครับ และเมื่อเราใช้งานในแนวตั้งระบบเสียงจากลำโพงในตัวทั้งสองของ MediaPad M3 ก็จะปรับไปเป็นโหมด ‘โมโน’ โดยอัตโนมัติ คือให้เสียงดังได้เหมือนเดิม แต่ไม่ได้แยกสเตริโอซ้าย/ขวา เพราะในโหมดแนวตั้งมันจะเป็นสเตริโอบน/ล่างไปเสียแล้ว แยกไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ทำให้สับสนเสียเปล่า ๆ
เรื่องเดียวที่ยังคงเป็นข้อจำกัดก็คือส่วนเสียงทุ้ม ที่ถือว่าแค่พอเอาตัวรอดได้แต่ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากมายดังนั้นอย่าไปคาดหวังในส่วนนี้มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการต่อเสียงไปออกลำโพงแยกชิ้นดี ๆ ทั้งแบบไร้สายและใช้สาย
สำหรับเสียงจากช่องหูฟังที่มีคนสอบถามผมเข้ามามากมายเหลือเกินว่าน่าสนใจแค่ไหน เพราะเห็นว่าใช้ชิปเสียงอย่างดี ผมก็จะตอบตรงนี้ล่ะครับว่าเสียงดีพอสมควรโดยเฉพาะเมื่อฟังไฟล์เสียงรายละเอียดสูง ซึ่งแอพฯ เล่นเพลงที่มากับเครื่องก็รองรับอยู่แล้ว หรือจะขยับไปใช้แอพฯ เล่นเพลงเทพ ๆ อย่าง USB Audio Player Pro มันก็ดีขึ้นไปอีกพอสมควร


จะให้เสียงสเตริโอแยกซ้าย/ขวาได้จากลำโพงในตัว
เมื่อได้ลองฟังกับหูฟังที่ผมใช้งานอยู่ ผมว่ามันถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงได้ดีน่าสนใจ เนื้อเสียงมีความโปร่งกระจ่างชัดกว่าที่ฟังจาก Huawei Mate 8 มีความพลิ้วลื่นไหลน่าฟังและไม่ได้จำกัดปริมาณเสียงทุ้มเหมือนตอนฟังจากลำโพงในตัวเครื่อง
แต่แรงขับช่องเอาต์พุตหูฟังของมันไม่ได้มีแรงเยอะอะไรมากมายนะครับ มันเปิดดังสุดได้พอ ๆ กับสมาร์ทโฟนอย่าง Mate 8 หรือ P9 ของเขาเองนั่นแหละครับ ดังนั้นการเลือกหูฟังมาใช้งานยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดีอยู่
ในที่นี้หูฟังที่ผมใช้อยู่ได้แก่ Sennheiser Momentum In-Ear, Focal Sphear, Cambridge Audio SE-1 และ Sony MDR-100AAP ถือว่าสอบผ่านหมดครับ
ป.ล.เสียดายที่หูฟัง AKG H300 ที่จะมีแถมให้ด้วยสำหรับ MediaPad M3 ล็อตใหม่ล่าสุดไม่ได้ส่งมาด้วยตอนที่ผมรีวิวอยู่นี้ ไม่เช่นนั้นคงได้พูดถึงรวมอยู่ในรีวิวส่วนที่ใช้งานกับหูฟัง
ประสิทธิภาพและสมรรถนะ
อย่างที่ได้เรียนไว้ข้างต้นว่า MediaPad M3 มีจอที่สวยมาก ๆ ให้สีสันสว่างสดใส รายละเอียดคมชัด การตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหวและมุมมองภาพจัดว่าอยู่ในขั้นรับชมแล้วตื่นตาตื่นใจ
ทว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากระบบประมวลผลต่าง ๆ รวมถึงส่วนของ EMUI 4.1 ไม่สนับสนุนซึ่งกันและกัน จากที่ได้ลองเล่นมาตั้งแต่ต้นผมว่ามันเป็นแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่มีความลื่นไหลเวลาใช้งานระดับท้าชน iPad mini 4 ได้สบาย ๆ
การตอบสนองต่อปลายนิ้วมือถือว่าทำงานได้ตามใจสั่ง การหน่วงช้าน่ารำคาญเหมือนในแท็บเล็ตแอนดรอยด์หลาย ๆ รุ่นแทบไม่พบในแท็บเล็ตรุ่นนี้ ผมไม่แปลกใจเลยที่คะแนน Benchmark ต่าง ๆ ของ MediaPad M3 จะออกมาในลักษณะนี้คือใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟน Mate 8 ซึ่งใช้ชิปเซ็ตระบบประมวลผลเดียวกัน แต่คะแนนจะเป็นรองเล็กน้อยเนื่องจากหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่า ต้องใช้พลังการเรนเดอร์ภาพมากกว่า
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือปุ่มสแกนลายนิ้วมือของ MediaPad M3 ครับ ผมว่านอกจากมันจะทำงานได้รวดเร็วใน ‘พริบตา’ ไม่ต่างอะไรจากในสมาร์ทโฟน Mate 8 หรือ P9 ของพวกเขาเองแล้ว
ปุ่มสแกนนิ้วที่ไม่ได้รวมอยู่กับปุ่ม Home (ปุ่ม Home หลักที่อยู่บนจอทัชสกรีน) ยังถูกออกแบบให้มีความสามารถมากกว่าการสแกนนิ้วครับ เพราะเพียงแค่แตะเบา ๆ มันจะทำหน้าที่เป็นปุ่ม Back ถ้ากดค้างไว้จะทำหน้าที่เป็นปุ่ม Home แต่ถ้าปาดนิ้วจากซ้ายไปขวาหรือขวาซ้ายมันจะทำหน้าที่เปิดดูแอพฯ ที่เปิดค้างไว้
เรียกว่าปุ่มสแกนนิ้วนี้สามารถใช้งานแทนปุ่มฟังก์ชั่นหลัก 3 ปุ่มของระบบแอนดรอยด์ได้เลยครับถ้าหากใช้งานแล้วถนัดมือกว่า

ในแฟนเพจ Facebook ของ GM2000 มีคนถามกันมากกว่าซื้อไปเล่นเกม ดูหนังฟังเพลง ได้ไหม ผมตอบได้แทบจะในทันทีว่าสบายมาก ๆ มันทำได้ดีกว่าความคาดหวังของคนส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำครับ
ส่วนเรื่องกล้องที่ไม่มีแฟลชนั้นต้องทำใจถ้าอยู่ในที่มืดมาก ๆ จริง ๆ แต่สำหรับในสภาพแสงทั่วไปทั้ง outdoor และ indoor ในเวลากลางวัน ภาพที่ได้ก็ถือว่าไม่เลวเลยล่ะครับ อยู่ในระดับใช้งานได้ เก็บรายละเอียดและสีสันได้ดีพอสมควร ในสภาพแสงน้อยจริง ๆ อาจจะมี noise ปรากฏเยอะหน่อย แต่ไม่ใช่ภาพมืด ๆ ขมุกขมัวเหมือนกล้องของแท็บเล็ตในกลุ่มโลว์เอนด์แน่นอนครับ
![]()

ความเห็นโดยสรุป รูปสวย เสียงดี เร็วแรงทันใจ ราคาน่าคุย
ในปัจจุบันต้องยอมรับว่า ถ้าพูดถึงแท็บเล็ตในกลุ่ม High Performance คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแท็บเล็ตฝั่งที่ใช้ iOS อย่าง iPad ก่อน การมาของ MediaPad M3 ถือว่าเป็นการเปิดทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับคนที่ต้องการใช้ระบบ Android บนอุปกรณ์จอใหญ่ และต้องการสมรรถนะของเครื่องในระดับที่สามารถคาดหวังได้ว่า จะไม่หงุดหงิดตอนใช้งาน
“รูปสวย เสียงดี เร็วแรงทันใจ ราคาน่าคุย” นี่คือนิยามที่ผมคิดว่าน่าจะครอบคลุมความเป็น MediaPad M3 อย่างเข้าใจง่ายและชัดเจนที่สุด แท็บเล็ตอื่น ๆ อาจจะโฆษณาด้วยข้อความในทำนองเดียวกันนี้ แต่มีคำถามว่าเมื่อคุณไปลองใช้งานจริงตามโชว์รูมแล้วมันทำได้อย่างที่โฆษณาหรือเปล่า? สำหรับแท็บเล็ตรุ่นนี้ผมว่าทางหัวเว่ยเขาพร้อมท้าพิสูจน์แน่นอน…
Live Review: แกะกล่องลองเล่น HUAWEI MediaPad M3 (12,900 บาท) ตอนที่ 1 “Make It Possible” #GM2000 #MediaPadM3TH
Posted by GM 2000 Magazine on Tuesday, October 11, 2016
Live Review: แกะกล่องลองเล่น HUAWEI MediaPad M3 ตอนที่ 2 “Why Harman?” #GM2000 #MediaPadM3TH
Posted by GM 2000 Magazine on Wednesday, October 12, 2016
Live Review: แกะกล่องลองเล่น HUAWEI MediaPad M3 ตอนที่ 3 “Sound Check” ชมย้อนหลังตอนที่ 1 –> https://www.facebook.com/GM2000Magazine/videos/422135341290544/ ชมย้อนหลังตอนที่ 2 –> https://www.facebook.com/GM2000Magazine/videos/422508514586560/ #GM2000 #MediaPadM3TH
Posted by GM 2000 Magazine on Wednesday, October 12, 2016
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร.0-2250-9422 / 1800011113 (ฮอตไลน์)
ราคา : 12,900 บาท (พร้อมหูฟัง AKG H300)