ช้างเผือกอยู่ในป่าลึก ในจำนวนคนเล่นเครื่องเสียงทั้งหมด หากคัดออกมาจริงๆ แล้ว เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่ชอบเล่นเครื่องเสียงหลอด + นิยมเล่นเครื่องเสียงอินดี้ และเขาหล่านั้นพร้อมสำหรับการบุกเข้าป่าไปค้นหาช้างเผือก เพราะคนกลุ่มนี้เชื่อว่า แบรนด์ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่ ยิ่งผลิตด้วยมือ ทำได้จำนวนจำกัด ต้องการต้องสั่งและนั่งรอ แบบนี้แหละชอบกันมาก..
Analog Squared Paper คือใคร.?
จำกัดความสั้นๆ สำหรับ Analog Squared Paper เป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องเสียงพกพาสัญชาติญี่ปุ่น เป็นองค์กรขนาดเล็ก บริหารโดยคนที่มีใจรักในคุณภาพเสียง สินค้าทุกชิ้นผลิตด้วยมือ ออกแบบโดยมุ่งเน้นคุณภาพเสียงสูงสุดด้วยดีไซน์ของตัวเอง ปรับจูนโดยคนคนเดียว
ตัวเครื่องบรรจุมาในกล่องไม้ขนาดเขื่อง ใช้เชือกป่านรัดมุมมาซะด้วย บนฝากล่องมีชื่อยี่ห้อ, ชื่อรุ่น และระบุประเภทเครื่องด้วยตัวอักษรที่สลักลงไปบนแผ่นไม้ด้วยความร้อน ดูเก๋ไก๋มาก ไม่บอกไม่รู้เลยว่าข้างในเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค
ชื่อแบรนด์อาจจะฟังดูแปลกหู คนชอบเครื่องเสียงทั่วไปอาจจะไม่คุ้นเคย แต่จริงๆ แล้วแบรนด์นี้เข้าไปสร้างชื่ออยู่ในกลุ่มนักเลงหูฟังระดับไฮเอ็นด์มานานหลายปีแล้ว เรียกว่าเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในกลุ่มของนักเลงหูฟัง โดยเฉพาะสายหลอด พลังสมองที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนแบรนด์นี้มีชื่อว่า Kageyuki Shikada (คาเกะยูกิ ชิคาดะ) เขาเคยทำงานเป็นวิศวกรอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์มาก่อน แต่เพราะมีใจรักเครื่องเสียงและชอบฟังเพลงเขาจึงหันมาสร้างแบรนด์เครื่องเสียงแบรนด์นี้ขึ้นมา
เปิดฝามา เจอตัวเครื่อง, อะแด๊ปเตอร์ที่ใช้ชาร์จไฟ และร่องเสียบหลอด 4 ร่อง ซึ่งปกติแล้ว เครื่องใหม่ๆ ที่มาจากญี่ปุ่น หลอดทั้งสี่จะถูกเสียบอยู่ในร่องเหล่านั้น
น่าสังเกตว่า มีผู้ผลิตเครื่องเสียงในโลกนี้หลายคนทีเดียวที่มีอาชีพเดิมมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เท่าที่นึกออกทันทีตอนนี้ก็คือ Roy Gandy เจ้าของแบรนด์ Rega ที่ทำเครื่องเสียงบ้านก็เคยทำงานเป็นวิศวกรอยู่ในบริษัทรถยนต์มาก่อนเหมือนกัน
TU-05 Portable Pure Tube
Headphone Amplifier “Portable”..? โอวว… ถ้าดูที่ขนาดตัวก็ต้องบอกว่า มันไม่ค่อยจะเหมาะสมกับแคตตากอรี่สักเท่าไร เพราะตัวเครื่องมันค่อนข้างใหญ่อยู่นะ หน้ากว้างอยู่ที่ 5 นิ้ว สูง 1.75 นิ้ว และลึก 7 นิ้ว น้ำหนักก็พอประมาณเลย ถ้าจะพกพาจริงๆ คงต้องหาเป้ใหญ่ๆ หน่อยแล้วสะพายขึ้นหลังนั่นแหละถึงจะดูเหมาะสม
แต่ อะ.. อะ.. ผมไปเห็นรูปประกอบในเว็บไซต์ของเค้า เฮ้ยย… เขามีกระเป๋าหนังที่ออกแบบมาใช้สะพายแอมป์ตัวนี้ด้วยนะ ตัวกระเป๋า (จะเรียก ‘ซอง’ หรือเคสก็ไม่เหมาะ เพราะมันใหญ่กว่านั้นมาก!) มีสายสะพายมาให้ด้วย ดูไปแล้วจะคล้ายกระเป๋าสะพายของผู้หญิงนั่นแแหละ ถ้าสนใจก็ลองโทรฯ สอบถามทางร้าน BKK Audio ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายดูก็แล้วกันครับ มีให้เลือก 2 คือ ดำกับน้ำตาล ราคาใบละ 9,550 บาท
แต่ถ้าพิจารณาคุณสมบัติกับดีไซน์ก็ต้องยอมรับว่า คนออกแบบคือคุณชิคาดะแกตั้งใจทำแอมป์ตัวนี้ออกมาให้เป็นแอมป์พกพาจริงๆ เพราะแกใช้เซลแห้ง Li-ion จำนวน 2 ก้อนเป็นตัวเก็บไฟ ก่อนใช้งานต้องทำการชาร์จต่อเนื่องด้วยอะแด๊ปเตอร์ AC>DC ขนาด 9V (1.3A) นานถึง 8 ชั่วโมงถึงจะเต็มและพร้อมใช้งาน ซึ่งในคู่มือกำชับมาว่า “Please do not use while charging” คือขอร้องว่าอย่าใช้งานนะขณะกำลังชาร์จ หลังจากชาร์จจนเต็มแล้ว คุณสามารถใช้งานได้นานประมาณ 7 ชั่วโมง พูดง่ายๆ คือมาในโหมด “กลางคืน-ชาร์จ/กลางวัน-ใช้” นั่นเอง (จริงๆ แล้ว ชาร์จไม่เต็มก็ฟังเพลงได้ครับ แต่ปลดสายชาร์จจากตัวอะแดปเตอร์ออกก่อน)
Pure Tube/ Single pure Class-A
เมื่อแรกถึงมือผม TU-05 ตัวนี้มาในกล่องไม้สีน้ำตาลอ่อน มัดด้วยเชือกป่าน แลดู natural มากๆ แสดงถึงความละเอียดอ่อนของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่พยายามอิงแอบไปกับธรรมชาติอย่างชัดเจน นี่คือวิถีของเอเซียโดยเฉพาะความละเอียดอ่อนระดับนี้ต้องยกให้ชาวญี่ปุ่นครับ! ทางร้าน BKK Audio เสียบหลอดทั้งสี่หลอดมาให้เสร็จสรรพ คุณบุญเลิศ ผู้จัดการร้านบอกว่า ปกติ ถ้ามาจากญี่ปุ่นหลอดจะถูกแยกออกมาจากตัวเครื่อง แต่ตัวที่ส่งให้ผมทดสอบนี้ได้ผ่านการเสียบหลอดเปิดเบิร์นฯ มาแล้วระยะหนึ่ง ตอนแพ็คจึงไม่ได้ถอดหลอดออก บนตัวถังใกล้กับขั้วหลอดมีพิมพ์เบอร์หลอดเอาไว้ แยกเป็นสองคู่คือ 1U4 กับ 3S4 แต่ผมสังเกตสกรีนบนตัวหลอดแล้วมันไม่เหมือนกับที่พิมพ์อยู่บนตัวถัง
หลอดที่ติดตั้งมาก็มีเบอร์ 1L4 ยี่ห้อ Raytheon ของอเมริกา ส่วนอีกหลอดเป็นของ Tung-sol เบอร์ JTL-3S4 ของอเมริกาเหมือนกัน อาจจะเป็นอ๊อปชั่นที่สามารถเลือกได้
แต่ยังเผยให้เห็นตัวหลอดทั้งสี่ตลอดเวลา เป็นความเท่ห์และคลาสสิกมาก.!
จริงๆ แล้ว แอมป์ตัวนี้มีอ๊อปชั่นพิเศษให้คุณเลือกสั่งได้หลายรูปแบบ จะสั่งอัพเกรดแคปาซิเตอร์ก็ได้, อัพเกรดทรานฟอร์เมอร์เป็นแบบ Hi-Q ไฮควอลิตี้ก็ได้ ลองเข้าไปดูอ๊อปชั่นต่างๆ ได้ที่นี่ https://goo.gl/TZGRir หรือจะโทรฯ สอบถามจากผู้จัดการร้านคุณบุญเลิศก็ได้ ที่เบอร์ 083-096-5755 ดูให้ชัดคาตากันอีกทีกับหลอดที่ใช้บนแอมป์ตัวนี้
สรุปคือ TU-05 ตัวนี้เป็นแอมป์หลอดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ใช่ไฮบริดฯ ส่วนของการขยายสัญญาณทั้งที่ภาคอินพุตที่ขั้วต่อขาเข้า และที่ภาคเอ๊าต์พุตขาออกไปขับหูฟัง รับหน้าที่โดยหลอดทั้งสี่หลอดที่พูดถึงไปแล้วข้างต้น โดยแยกกันทำงานแชนเนลละสองหลอด ให้กำลังขับข้างละ 40mW (สี่สิบมิลลิวัตต์) ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 30Hz ขึ้นไปจนถึง 30kHz
ทดสอบ
ต้องสารภาพก่อนนะว่า ผมไม่เคย “พกพา” แอมป์ตัวนี้ในลักษณะสะพายติดตัวไปฟังนอกสถานที่เลย เหตุผลก็เพราะว่าผมไม่มีเคส จะเดินหิ้วเครื่องไปโทงๆ ก็คงไม่เหมาะแน่ ทั้งหมดของการทดลองฟังผมจึงทำบนโต๊ะที่บ้านและที่อ๊อฟฟิศ โดยใช้งานแอมป์ตัวนี้เป็น desktop audio ด้วยโดยต่อสัญญาณมาจาก ext.DAC แบบตั้งโต๊ะและเล่นเพลงบนคอมฯ
A : ช่องอินพุต รองรับเฉพาะสัญญาณ analog
B : ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับหูฟังที่ใช้แจ๊ค Mini 3.5mm
C : ปุ่มวอลลุ่ม ใช้ปรับระดับความดัง
D : ไฟแสดงสภาวะการทำงาน ตอนชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่จะเป็นสีส้ม ตอนใช้ฟังเพลงจะเป็นสีขาว
E : ช่องเอ๊าต์พุตสำหรับหูฟังที่ใช้แจ๊ค Balanced 4.4mm
F : สวิทช์เปิด/ปิดเครื่อง
G : สวิทช์เลือกระดับอิมพีแดนซ์ของสัญญาณเอ๊าต์พุต
เนื่องจากตัว TU-05 เป็นแอมป์เพียวๆ ไม่มีภาค DAC ในตัว มันจึงต้องการสัญญาณอินพุตที่อยู่ในรูปของสัญญาณ analog เท่านั้น ให้ช่องอินพุตมาแค่ช่องเดียว ติดขั้วต่อ mini 3.5mm ซึ่งแอมป์ตัวนี้สามารถรองรับสัญญาณ analog out จากแหล่งต้นทางสัญญาณได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี, เครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา หรือ DAP ไปจนถึงสัญญาณเอ๊าต์พุตจาก external DAC
ในการทดสอบครั้งนี้ ผมได้ทดลองใช้สัญญาณอะนาลอกจากรูเอ๊าต์พุตหูฟังของเครื่องเล่นไฟล์เพลงของ Sony รุ่น NW-ZX300 กับ Astell&Kern รุ่น KANN ป้อนให้กับ TU-05 และยังได้ลองเล่นไฟล์เพลงด้วยโปรแกรม roon กับ Audirvana Plus บนคอมพิวเตอร์ Mac Mini ส่งสัญญาณเสียงดิจิตัล PCM และ DSD ผ่านเข้าที่ external DAC ของ Chord Electronics รุ่น Mojo ก่อนจะดึงเอ๊าต์พุตสัญญาณอะนาลอกจาก Mojo ไปเข้าที่ช่องอินพุตของ TU-05 ด้วยสาย mini 3.5mm > mini 3.5mm
ในการแม็ทชิ่งทางฝั่ง input ของแอมป์ TU-05 ตัวนี้ ถ้า source player มีฟังท์ชั่นให้ปรับค่าเกนแบบ fixed ด้วยจะยอดเยี่ยมมาก อย่างตัว Astell&Kern รุ่น KANN ตอนใช้เป็น DAC สามารถเลือกตั้งเกนของเอ๊าต์พุตได้ ส่วนเอ๊าต์พุตสำหรับหูฟังมีมาให้เลือกใช้ 2 ช่อง ติดตั้งขั้วต่อ mini 3.5mm กับ balanced 4.4mm อย่างละช่อง ถ้าจะถามว่า แอมป์ตัวนี้ขับหูใหญ่ๆ ได้มั้ย.? จริงๆ แล้ว ความสามารถในการขับหูฟังของแอมป์หลอดตัวนี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ขนาด” ของหูฟัง แต่ขึ้นอยู่กับ “อิมพีแดนซ์” กับ “ความไว” ของหูฟังมากกว่าครับ
ดูชัดๆ อีกที สำหรับสวิทช์เล็กๆ สองอันที่อยู่ด้านข้างของตัวเครื่อง
A : สวิทช์เปิด/ปิดเครื่อง เลื่อนไปทางซ้ายคือเปิดทำงาน และเลื่อนไปทางขวาคือปิดเครื่อง
B : สวิทช์เลือกอิมพีแดนซ์ ถ้าเลื่อนลงมาที่จุดขาวสองจุดคือระดับอิมพีแดนซ์ที่ต่ำกว่า สำหรับเครื่องตัวนี้คือ LOW = 16 – 64 โอห์ม แต่ถ้าเลื่อนขึ้นด้านบนที่มีสัญลักษณ์จุดขาวสามจุดคือ HIGH = 32 โอห์มขึ้นไป
ตอนสั่งผลิต คุณสามารถเลือกระดับอิมพีแดนซ์ให้แม็ทชิ่งกับอิมพีแดนซ์ของหูฟังที่คุณใช้อยู่ได้ ทางผู้ผลิตมีให้เลือกอยู่ 3 ระดับ คือ LOW-MID (8 – 16, 16 – 64 โอห์ม), MID-HI (16 – 64, 32 – โอห์ม) และ LOW-HI (8 – 32, 32 – โอห์ม) ซึ่งตัวที่ผมได้รับมาทดสอบนี้มีอิมพีแดนซ์อยู่ที่ระดับ MID-HI รองรับอิมพีแดนซ์ของหูฟังได้ตั้งแต่ 16 – 64 โอห์ม ซึ่งพิจารณาจากสเปคฯ ของหูฟังที่ผมมีอยู่ พบว่ามีอิมพีแดนซ์อยู่ในเกณฑ์ที่แอมป์ตัวนี้ขับได้อยู่หลายตัว ทั้งถูกทั้งแพง อาทิ อินเอียร์ของ Shozy รุ่น hibiki, แปะหูของ AKG รุ่น K420 กับครอบหูรุ่น K702/65th, อินเอียร์ของ Audeze รุ่น iSINE ซึ่งทั้งหมดนี้ผมลองฟังกับ TU-05 ผ่านทางช่อง mini 3.5mm
ผมยังมีหูฟังอีก 2 ตัวที่รองรับเอ๊าต์พุตที่ช่อง balanced 4.4mm ของตัว TU-05 ได้ นั่นคืออินเอียร์ไฮบริดฯ balanced Armature + dynamic ของ Sony รุ่น XBA-N3BP กับครอบหูของ Sony รุ่น MDR-1ABP
เสียง
ไม่มีเสียงของแอมป์ประเภทไหนที่จะเหมือนกับเสียงของแอมป์หลอดอีกแล้ว.! และผมไม่รู้ว่า จะมีแอมป์หลอดหูฟังตัวไหนที่จะให้เสียงได้เหมือนกับ TU-05 ตัวนี้อีกมั้ย.!!
ถ้าเสียงของ TU-05 ตัวนี้จะไม่ได้ถูกตีตราว่าดีที่สุดในโลก ก็คงเป็นเพราะว่าไม่มีใครกล้าออกมาฟันธงนั่นเอง เหตุผลที่ไม่มีใครกล้าฟันธงก็เพราะคำว่า “เสียงดี” มันชี้ชัดกันยาก เป็นนามธรรมและมีเรื่องของรสนิยมที่ไม่มีผิดไม่มีถูกเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการฟังมามากพอ เขาจะสามารถตอบตัวเองได้ว่า เสียงแบบไหนดี-แบบไหนไม่ดี เพราะระหว่าง “ดี” กับ “ไม่ดี” มันพิสูจน์ได้ไม่ยากถ้าใช้คำว่า “เป็นดนตรี” เข้ามาตัดสิน ผมก็ไม่กล้าฟันธงว่าเสียงของ TU-05 ตัวนี้ดีที่สุดในโลก เพราะยังมีเครื่องเสียงอีกเยอะที่ผมยังไม่เคยฟัง
แต่ถ้าให้ผมคัดเลือกเครื่องเสียงที่ผมมีความเห็นว่าเสียงดีมากและผมชอบ “มากที่สุด” มารวมไว้ด้วยกัน ผมจะนับแอมป์หลอดตัวนี้ไปอยู่ในกลุ่มด้วย ความรู้สึกแรกที่ได้ฟังเสียงของแอมป์ตัวนี้คือ “สับสน” ครับ! เหตุที่สับสนก็เพราะว่าสมองของผมมันไปตั้งธงให้กับเสียงของแอมป์ตัวนี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นฟังซะก่อนแล้ว เพราะเห็นว่ามันเป็นแอมป์หลอดล้วน และหลอดที่ใช้ก็มีขนาดเล็กจุ๋มจิ๋มปานนั้น สมองของผมก็เลยเดาไปก่อนเลยว่า เสียงของมันน่าจะออกมาหน่อมแน้ม ลื่นๆ เนียนๆ ไดนามิกแคบๆ เสียงคงจะไม่สดกระจ่างเพราะกำลังขับก็น้อยนิดแค่ 40mW เท่านั้น
แต่เอาเข้าจริงแล้วผิดถนัดเลย ไอ้ที่เดาว่าลื่นๆ เนียนๆ นั่นถูก แต่ที่ผิดคาดไปไกลคือประเด็นของ “ไดนามิก” ครับ!
ยกแรกๆ ของการทดลองฟังโดยอาศัย NW-ZX300 เป็น source เล่นไฟล์เพลงผ่าน int.DAC ในตัว ZX300 แล้วป้อนสัญญาณอะนาลอกให้กับ TU-05 ส่งกำลังขับหูฟังโอเว่อร์เอียร์ของ Sony รุ่น MDR-1ABP ทางช่อง balanced 4.4mm
TU-05 ให้ไดนามิกที่มาพร้อมทั้งความเร็วและความแรง.! อ๊ะ.. มันทำได้ยังไงกัน..??? ต้องไม่ลืมนะครับว่า ภาระที่แอมป์ตัวนี้ขับก็คือหูฟัง ไม่ใช่ลำโพงบ้าน ซึ่งหูฟังเป็นตัวขับเสียงที่อยู่ชิดแนบสนิทใกล้กับประสาทหูของเรามาก เสียงจากไดเวอร์ของหูฟังจึงไม่จางหายไปกับอากาศเหมือนลำโพงบ้าน เราจึงไม่ได้ต้องการกำลังขับของแอมป์มากมายที่จะทำให้หูของเราได้ยินเสียงที่ดังมากพอ แค่ไม่กี่มิลลิวัตต์ก็เพียงพอแล้ว
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแม็ทชิ่ง “ท่อส่ง” ก็คือการจัด “อิมพีแดนซ์” ระหว่างแอมป์กับหูฟังที่เหมาะสมกันมากกว่า หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหา compress ขึ้น ถ้ากำลังขับของแอมป์ไปถึงหูฟังได้เต็มๆ ไม่ตกหล่นเพราะไม่มีอาการมีสแม็ทช์ทางอิมพีแดนซ์เกิดขึ้น แต่ละมิลลิวัตต์ที่หูรับไปจึงเป็น “คุณภาพ” ล้วนๆ
เมื่อกำลังขับไม่ใช่ปัญหาของแอมป์ ประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียงจึงสะท้อนไปที่การออกแบบวอลลุ่ม, สะท้อนไปที่ความเร็วในการจ่ายกำลังที่ตอบรับกับสัญญาณเสียงได้เร็วจนทันกัน และสุดท้ายคือ สะท้อนไปถึงความสามารถในการลดเสียงรบกวนที่เป็นแบ็คกราวน์น้อยซ์
ซึ่งความสามารถในการจ่ายกำลังที่ทันกับสัญญาณนั้นเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของวงจรขยายแบบ pure Class-A อยู่แล้ว และยิ่งนำมาใช้กับอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ประเภทหลอดสุญญากาศด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ได้สปีดของการตอบสนองต่อสัญญาณเสียงที่เร็วทันกับ rise-time ของอิมแพ็ค ทำให้ได้เสียงที่กระชับและสด ได้ความแม่นยำของไทมิ่งของเพลงตามมา ซึ่งส่งผลให้จังหวะดนตรีไม่ผิดเพี้ยน เสียงดนตรีทุกชิ้นเคลื่อนขยับตัวได้อย่างอิสระ ไม่ถูกดึงให้อืดช้าและไม่ถูกกระตุ้นให้เร่งรีบ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ส่งถึงหูก็คือ “อารมณ์เพลง” ที่หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง และลื่นไหล
ยกที่สองของการลองฟัง ผมเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์ Mac mini เล่นเพลงด้วยโปรแกรม roon ส่งไฟล์ PCM/DSD มาให้ ext.DAC ของ Chord Electronics รุ่น mojo แปลงเป็นอะนาลอกแล้วส่งให้ TU-05 ขับหูฟังฟูลไซร้ AKG รุ่น K702/65th โดยอาศัยกำลังขับจากช่องเอ๊าต์พุต mini 3.5mm
ไม่ว่าจะลองฟังเพลงช้าหรือเพลงเร็ว ผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกเลยว่า แอมป์ตัวนี้ได้เข้าไปทำอะไรกับเสียงเพลงเหล่านั้น มันไม่ได้แสดงบุคลิกของแอมป์ออกมาเลย หรือถ้าความสดกระจ่างของเสียงกับจังหวะจะโคนที่แม่นยำคือบุคลิกของแอมป์ตัวนี้ ผมก็ยอมรับว่า มันเป็นบุคลิกที่ส่งเสริมให้บังเกิดความเพลิดเพลินในการฟังเพลงอย่างยิ่ง เป็นบุคลิกด้านบวกที่ผมชอบ เพราะจะฟังแจ๊สหรือฟังร็อคก็มันในอารมณ์ได้ไม่น้อยไปกว่าฟังเพลงร้องหรือเพลงคลาสสิกที่ได้ไปอีกอารมณ์คือความละมุนละมัยและลุ่มลึกที่มีความสดและจริงผสมอยู่ในนั้น
จากประสบการณ์ตอนทดสอบอุปกรณ์เครื่องเสียงแพงๆ ระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์นั้น ผมจะรู้สึกเสมอว่า ตอนที่เครื่องเสียงเหล่านั้นกำลังทำงานของมันอย่างเต็มที่ สิ่งที่ผมสัมผัสได้ก็มักจะมีแต่ “ความเป็นดนตรี” ที่พรั่งพรูออกมาตลอดเวลา
ในขณะที่คุณลักษณะ (sonic character) แต่ละด้านของเสียง อย่างพวก มิติ, อิมเมจ, ซาวนด์สเตจ ฯลฯ ที่เรามักจะพูดถึงนั้นมันไม่ได้แสดงตัวตนออกมาให้รับรู้ได้มากนัก คือจริงๆ แล้ว ทุกคุณสมบัติข้างต้นมันมีอยู่ตลอดนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นมิติ, ซาวนด์สเตจ หรืออิมเมจตัวเสียง หากแต่ว่า คุณสมบัติทั้งหมดนั้นมันทำงานผสานไปด้วยกันในแต่ละคาบเวลาเดียวกัน กลมกลืนกันออกมาเป็น “ความเป็นดนตรี” นั่นเอง
เหมือนภาพสามมิติที่คุณก็รู้ได้ว่า แต่ละมิติของภาพนั้นมีลักษณะต่างกันถ้ามองมาจากคนละมุม แต่ทว่า จากจุดที่คุณมองเข้าไป คุณจะเห็นแค่ภาพเดียวเท่านั้น..
ในช่วงท้ายก่อนปิดการทดสอบ ผมได้รับหูฟังฟูลไซส์รุ่นใหญ่ของ Focal คือ Utopia มาทำการทดลองฟังช่วงสั้นๆ กับ TU-05 ซึ่งก่อนการทดลองฟัง ผมได้ทำการสับสวิทช์ impedance ที่ตัว TU-05 ไปที่ตำแหน่ง High เพราะตัวหูฟัง Utopia มีอิมพีแดนซ์อยู่ที่ 80 โอห์ม
TU-05 เป็นแอมป์หลอดที่มีพื้นเสียงสะอาดมาก นั่นทำให้รายละเอียดระดับ Low-Level สามารถเปิดเผยตัวออกมาให้ได้ยิน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นฮาร์มอนิกที่ยิบย่อย กอปรไปกับตัวเสียง (fundamental) ที่เข้มข้น ทำให้เกิดเป็นตัวเสียง (sound image) ที่มีมวลควบแน่น เนื้อเนียน ไร้ซึ่งสากเสี้ยน
และเมื่อลองฟังเพลงที่ใช้เสียงของเครื่องดนตรีอะคูสติก แอมป์หลอดญี่ปุ่นตัวนี้มันทำให้ผมรู้สึกถึงความพลิ้วและความโปร่งที่ห้อมล้อมอยู่รอบๆ ตัวเสียงและแทรกซึมอยู่ในเวทีเสียงได้อย่างชัดเจน เป็นต้นเหตุของ “ความฉ่ำ” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแอมป์หลอดที่จะแอมป์โซลิดสเตทต้องสลดถ้าเทียบตรงจุดนี้.!
ทางร้าน BKK Audio เปลี่ยนสายที่ให้มากับหูฟัง Utopia เป็นสายของ Whiplash Audio โดยติดขั้วต่อ balanced 2.5mm มา เพื่อใช้กับเอ๊าต์พุต balanced 4.4mm ของ TU-05 จึงต้องใช้หัวแปลง balanced 2.5mm > balanced 4.4mm มาช่วย..
ยิ่งได้ทดลองขับหูฟังคุณภาพสูงๆ อย่าง Utopia ของ Focal แอมป์หลอดตัวนี้ก็ได้แสดงคุณสมบัติเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหลอดสุญญากาศออกมาให้เห็นชัดเจนมากขึ้น นั่นคือ ความสามารถในการถ่ายทอดฮาร์มอนิกของเสียงที่แผ่กังวานออกไปจากตัวเสียง ซึ่งเป็นสัญญาณคู่ควบทางธรรมชาติของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องดนตรีที่สร้างโน๊ตดนตรีเหล่านั้นขึ้นมา โดยที่มวลฮาร์มอนิกของโน๊ตแต่ละตัว จะเข้าห้อมล้อมและห่อหุ้มโน๊ตแต่ละตัวเอาไว้ ทำตัวเป็นเสมือนชีลด์ป้องกันไม่ให้โน๊ตดนตรีทั้งหมดปนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
ข้อดีคือทำให้แยกแยะเสียงโน๊ตทั้งหมดออกจากกันได้ง่ายขึ้น เวทีเสียงมีลักษณะที่โปร่งโล่ง และทำให้เกิดความรูัสึกที่ผ่อนคลาย โดยเฉพาะเมื่อฟังเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติกจะไพเราะมากเป็นพิเศษ ใครหิ้วหูตัวโปรดไปลองฟังกับแอมป์ตัวนี้ ผมแนะนำให้ลองฟังเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีอะคูสติกและบันทึกเสียงด้วยวิธี direct-to-master อย่างเช่นงานเพลงของค่าย Opus3 หรือ Proprius โดยเฉพาะถ้าฟังจากเวอร์ชั่นที่เป็นสัญญาณ DSD จะยิ่งอะเมธซิ่งมากกับฮาร์มอนิกที่กังวานยาว ชุ่มฉ่ำแต่ไม่เหนอะหนะ.!!
สรุป
TU-05 เป็นแอมป์หลอดที่ถูก “ปรับจูน” มาได้ลงตัวมากๆ ผมไม่เชื่อว่าจะมีนักออกแบบแอมป์คนอื่นสามารถทำเสียงแบบนี้ออกมาได้ง่ายๆ ต่อให้ใช้วัสดุทุกชิ้นที่เหมือนกันทั้งหมดก็ตาม เพราะเสียงที่ผมได้ยินนั้นมันช่างสมบูรณ์แบบมาก ถึงพร้อมทั้งส่วนของ sound quality และ musical
จากประสบการณ์ ผมกล้าพูดได้ว่า เป็นลักษณะเสียงที่ต้องผ่านขั้นตอนการปรับจูนมาอย่างละเอียดพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือ คนจูนจะต้องมีหูที่ “ฟัง (เพลง) เป็น” ด้วย ถ้าหูฟังของคุณมีอิมพีแดนซ์อยู่ระหว่าง 16 – 64 โอห์ม แนะนำให้หิ้วไปลองฟังกับแอมป์ตัวนี้ดูเลยครับ ไปที่ร้าน BKK Audio แล้วบอกคุณบุญเลิศ ผู้จัดการร้านว่า ผมแนะนำให้มาลองฟัง ซื้อไหวไม่ไหวไม่ใช่ประเด็นครับ แต่อยากให้ไปลองฟังเสียงของแอมป์หลอดที่ผมขอโหวตให้เป็นหนึ่งในแอมป์ที่เสียงดีที่สุดในโลกดูสักหน่อย อยากรู้ว่า ได้ฟังแล้วคุณจะเห็นด้วยกับผมมั้ย.?
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
BKK Audio
โทร. 02-129-3391-2, 086-688-8575
ราคา 74,800 บาท (อัพเกรดฟูลอ๊อปชั่น/ไม่รวมกระเป๋า)
