ผลสำรวจเผยคนซื้อแผ่นเสียงกว่าครึ่งยังไม่มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงของตัวเอง
บางคนอาจคิดว่าข่าวยอดขายไวนิล (แผ่นเสียง) ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้ยอดขายของเครื่องเล่นแผ่นเสียงมีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตามจากการศึกษาล่าสุดของ Luminate บริษัทบริการข้อมูลการขายเพลงเผยว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ซื้อแผ่นเสียงไวนิลยังไม่มีเครื่องเล่นแผ่นเสียง
รายงาน “Top Entertainment Trends for 2023” ของ Luminate พบว่าผลสำรวจจากผู้ตอบแบบสำรวจในสหรัฐอเมริกาจำนวน 3,900 คน พบว่า “50% ของผู้บริโภคที่ซื้อแผ่นเสียงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามีเครื่องเล่นแผ่นเสียงใช้งานอยู่แล้ว นั่นหมายความว่าอีก 50% ของผู้ซื้อแผ่นเสียงในปีที่ผ่านมาไม่มีทางที่จะเล่นแผ่นเสียงเหล่านั้นที่บ้านได้
ดูเหมือนว่า Luminate จะให้เครดิตสถิติส่วนใหญ่เหล่านี้แก่ผู้ที่เป็น “แฟนตัวยง” ซึ่งพวกเขาถูกนิยามว่าเป็น “ผู้ฟังเพลงที่ใช้เวลาและเงินไปกับเพลงสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีความกระตือรือร้นในการค้นหาเพลงใหม่ ๆ มีส่วนร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับดนตรีบนโซเชียลมีเดีย หรือมีการวางแผนเข้าร่วมงานแสดงดนตรีสดภายในอีก 12 เดือนข้างหน้า”
ถึงกระนั้น รายได้จากเพลงส่วนใหญ่ 84% ในปี 2022 ยังคงมาจากบริการสตรีมมิ่ง ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่า “แฟนตัวยง” เหล่านี้จำนวนมากแค่มีความรู้สึกว่าอยากเต็มเติมความรู้สึกภายในและมีแนวโน้มที่จะซื้อแผ่นเสียงเพียงเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของมากกว่าที่จะคิดว่าจำเป็นต้องฟังมัน
นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดสำหรับแผ่นเสียงในปีที่แล้วคือ Midnights ของ Taylor Swift (945,000 แผ่น), Harry’s House ของ Harry Styles (480,000 แผ่น) และ SOUR ของ Olivia Rodrigo (263,000 แผ่น) ซึ่งล้วนแล้วเป็นศิลปินที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นอย่างสุด ๆ
อย่างไรก็ดีความคลั่งไคล้แผ่นเสียงยังแผ่ขยายไปไกลกว่าโลกของศิลปินป๊อปรุ่นใหม่อีกด้วย เมื่อปีที่แล้ว แจ็ค ไวท์เรียกร้องให้ค่ายเพลงรายใหญ่ทั้งหลายลงทุนสร้างโรงงานปั๊มแผ่นเสียงไวนิลของตนเองเพื่อพยายามบรรเทาความล่าช้าในการผลิต
และเมื่อเดือนที่แล้ววงเมทัลลิกา (Metallica) ได้ซื้อโรงงานปั๊มแผ่นเสียงไวนิลเป็นของตัวเองหลังจากที่อัลบั้มต่าง ๆ ของพวกเขาถูกปั๊มออกมาเป็นแผ่นเสียงเกือบล้านแผ่นในปี 2022
ที่มา: consequence.net