Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

Naim เปิดตัว Solstice Special Edition เครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นแรกของบริษัท พัฒนาร่วมกับ Clearaudio

Naim announces Solstice Special Edition company's first turntable

Naim เปิดตัว Solstice Special Edition เครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นแรกจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องเสียงไฮไฟที่มีอายุเก่าแก่กว่าครึ่งศตวรรษ

Solstice Special Edition เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงระบบขับด้วยสายพาน (belt-drive) ที่มาพร้อมกับโทนอาร์มรุ่น Aro Mk2, หัวเข็มแบบขดลวดเคลื่อนที่ (MC) รุ่น Equinox MC, โฟโนปรีแอมป์และภาคจ่ายไฟแยกชิ้นรุ่น Solstice Series รวมทั้งอุปกรณ์เสริมจุกจิกอีกจำนวนหนึ่ง

ในการออกแบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นพิเศษนี้ Naim ได้รับความร่วมมือกับทีมออกแบบจากแบรนด์ Clearaudio จากประเทศเยอรมันซึ่งมีเทคนิควิทยาการและประสบการณ์ในการออกแบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาอย่างยาวนาน โดย Clearaudio ได้ช่วยผลิตชิ้นส่วนตัวแท่นเครื่อง, โทนอาร์ม และหัวเข็ม ขณะที่โฟโนปรีแอมป์และภาคจ่ายไฟแยกชิ้นผลิตโดย Naim เองในโรงงานที่เมืองซาลิสบิวรี ประเทศสหราชอาณาจักร

ทาง Naim เองมีส่วนช่วยออกแบบตัวเทิร์นเทเบิ้ล โดยเฉพาะชิ้นส่วนทางกลไกที่มีการออกแบบให้ลดทอนความสั่นสะเทือน และลดสัญญาณรบกวนในเชิงกล ผลิตขึ้นจากการประกบเนื้อไม้ถึง 47 ชั้นเข้าด้วยกัน ชิ้นส่วน plinth ของตัวเทิร์นเทเบิ้ลมีโครงสร้างแบบ low resonance พร้อมทั้งชิ้นส่วนพิเศษที่คอยทำหน้าที่รักษาระยะอะไลน์เมนต์ระหว่างลูกปืนของแพลตเตอร์และโทนอาร์ม

โดยชิ้นส่วนพิเศษนี้ถูกติดตั้งอยู่บนเสาขนาดเล็ด 3 ต้น เพื่อแยกการเชื่อมต่อในเชิงกลออกจากตัว plinth ขณะเดียวกันแพลตเตอร์อะลูมิเนียมของเทิร์นเทเบิ้ลรุ่นนี้ยังมีระบบลูกปืนแบบยกลอยด้วยแรงแม่เหล็ก เพื่อลดการสัมผัสในเชิงกลและเสียงรบกวนจากชิ้นส่วนกลไกเวลาที่มีการหมุนแพลตเตอร์

สำหรับโทนอาร์ม ในปีค.ศ.1989 Naim ได้เปิดตัวโทนอาร์มรุ่น Aro เป็นครั้งแรก โทนอาร์มรุ่นนี้มาพร้อมกับดีไซน์จุดหมุนแบบ unipivot และก้านโทนอาร์มที่ทำจากอะลูมิเนียม

สำหรับโทนอาร์ม Aro Mk2 ที่ใช้งานอยู่ในเครื่องเล่นแผ่นเสียง Solstice Special Edition นี้เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงมาจากโทนอาร์ม Aro รุ่นแรก โดยยังคงดีไซน์แบบ unipivot เหมือนเดิมแต่ชิ้นส่วนของโทนอาร์มได้เลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วยทังสเตนและคาร์บอนไฟเบอร์ กลไกระบบลูกปืนแม่เหล็กที่ออกแบบใหม่ ตลอดจนการออกแบบให้ตัวโทนอาร์มสามารถปรับความสูงและมุมอะซิมุธได้

ขณะที่โทนอาร์ม Aro Mk2 ได้รับการออกแบบให้เข้ากันได้กับหัวเข็มต่างยี่ห้อได้หลากหลายมากขึ้นกว่าโทนอาร์ม Aro รุ่นดั้งเดิม สำหรับหัวเข็มรุ่น Equinox MC ซึ่งให้มาในชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงด้วย ออกแบบเป็นหัวเข็มแบบขดลวดเคลื่อนที่ (MC) มีตัวถังขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมตันชิ้นเดียวเพื่อความแกร่งและความนิ่ง

Naim เผยว่าปลายหัวเข็มของ Equinox MC ออกแบบเป็นรูปทรงแบบ Microline ซึ่งถอดแบบมาจากรูปทรงของหัวตัดแผ่นเสียงในกระบวนการผลิตแผ่นเสียงไวนิล เพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างแม่นยำโดยเฉพาะข้อมูลเสียงในย่านความถี่สูง สำหรับก้านเข็มนั้นผลิตจากวัสดุโบรอนที่มีความแกร่งและมีมวลเบามาก

โฟโนปรีแอมป์ของ Solstice เป็นวงจรภาคขยายเสียงแบบ Class A ที่ออกแบบมาสำหรับหัวเข็มทั้งชนิดขดลวดเคลื่อนที่ (MC) และแม่เหล็กเคลื่อนที่ (MM) โดยส่วนของวงจรขยายเสียงสำหรับหัวเข็ม MC ซึ่งมีเกนขยายสูงมากนั้น Naim ตั้งใจออกแบบให้มีสัญญาณรบกวนต่ำมากเป็นพิเศษ โดยใช้เทคโนโลยีดั้งเดิมที่มาจากการออกแบบเครื่องเสียงระดับเรือธงรุ่น Statement ของบริษัทเอง

ภาคจ่ายไฟในโฟโนปรีแอมป์รุ่นนี้เป็นแบบคงค่าแรงดันและเป็นดีไซน์แบบดีสครีต วงจรเลือกอินพุตแบบ เลือกตั้งค่าโหลดดิงและเกนขยายเป็นแบบ Fly-by-wire วางตำแหน่งปุ่มควบคุมเอาไว้ด้านหลังเครื่อง สามารถปรับค่าโหลดความต้านทานและความเป็นตัวเก็บประจุได้อย่างละ 16 ค่า เปิดโอกาสให้การปรับแต่งค่าสำหรับหัวเข็ม MC สามารถตั้งค่าได้ถึง 256 แบบ

ชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียง Naim Solstice Special Edition ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด 500 ชุดและเปิดรับสั่งจองแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยวางจำหน่ายในราคาชุดละ 16,000 ปอนด์หรือประมาณ 701,000 บาท


ที่มา: whathifi

Exit mobile version