โดยทั่วไปแล้วเมื่อพูดถึงแอมป์แบบไฮบริดที่ใช้หลอดสุญญากาศทำงานร่วมกับอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำหรือโซลิดสเตท เรามักนึกถึงแอมป์ที่มีภาคขยายเสียงส่วนหน้าเป็นหลอดและภาคขยายกำลังขาออกเป็นโซลิดสเตท ทว่าแอมป์รุ่นใหม่ของ McIntosh อย่าง MC451 กลับมีแนวคิดที่แตกต่างออกไป
โดย McIntosh MC451 ถูกออกแบบมาเป็นแอมป์โมโนบล็อกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี “McIntosh Hybrid Drive” ซึ่งรวมแอมป์หลอดสุญญากาศและแอมป์โซลิดสเตทเอาไว้ในเครื่องเดียวกัน
โดยส่วนของแอมป์หลอดนั้นมีกำลังขับสูงถึง 150 วัตต์ ซึ่งแนะนำให้ใช้ขับส่วนของลำโพงมิดเรนจ์และทวีตเตอร์ ขณะที่ส่วนของแอมป์โซลิดสเตทนั้นมีกำลังสูงถึง 300 วัตต์ ออกแบบมาเพื่อใช้ขับส่วนของวูฟเฟอร์หรือลำโพงเสียงทุ้ม
เทคโนโลยี “McIntosh Hybrid Drive” ยังออกแบบให้ผู้ใช้สามารถปรับเลือกจุดตัดแบ่งความถี่ได้ด้วย (ปุ่มปรับที่ด้านหลังเครื่อง) โดยช่วงความถี่ที่ต่ำกว่าจุดตัดแบ่งนั้นถูกส่งไปขับออกทางภาคขยายเสียงที่เป็นโซลิดสเตท ขณะที่ช่วงความถี่เหนือกว่าจุดตัดแบ่งนั้นถูกส่งไปขับออกทางภาคขยายเสียงที่เป็นหลอดสุญญากาศ
McIntosh เผยว่าแนวคิดการออกแบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถแมตช์เทคโนโลยีแอมป์กับแนวเพลงที่ชื่นชอบได้ ตัวอย่างเช่น เวลาฟังเพลงร็อคก็อาจเลือกให้ภาคขยายเสียงโซลิดสเตตทำงานมากขึ้น ในขณะที่เวลาฟังดนตรีแจ๊สก็อาจเลือกใช้งานภาคขยายเสียงหลอดสุญญากาศมากกว่าได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่แอมป์รุ่นแรกของ McIntosh ที่มาพร้อมกับแนวคิดนี้เพราะก่อนหน้านี้ McIntosh เคยมีเพาเวอร์แอมป์รุ่น MC901 ซึ่งราคาสูงกว่านี้ ขนาดใหญ่กว่านี้ และมีกำลังขับเสียงที่สูงกว่านี้ โดยส่วนของภาคขยายเสียงหลอดสุญญากาศมีกำลังขับสูงถึง 300 วัตต์ และภาคขยายเสียงโซลิดสเตทมีกำลังขับสูงถึง 600 วัตต์
McIntosh MC451 ยังคงมาพร้อมกับดีไซน์ที่ยังคงความเป็นเครื่องเสียง McIntosh ทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัดที่เป็นกระจกพื้นหลังดำ พร้อมมิเตอร์เข็มพื้นหลังสีฟ้าน้ำทะเลสองชุด ชุดหนึ่งสำหรับภาคขยายเสียงหลอดสุญญากาศ อีกชุดหนึ่งสำหรับภาคขยายเสียงโซลิดสเตท ขณะที่หน้าต่างอีกช่องโชว์หลอดสุญญากาศพร้อมแสงส่องสว่างสีเขียว
สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ ได้แก่ เทคโนโลยีป้องกันโอเวอร์โหลด Power Guard ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ McIntosh ทำหน้าที่ช่วยป้องกันแอมป์ไม่ให้ขับเกินกำลังของลำโพง และเทคโนโลยีป้องกันการลัดวงจรอย่าง Sentry Monitor
แอมป์ลูกผสม McIntosh MC451 ตั้งราคาเอาไว้ที่ $14,000 (ประมาณ 500,000 บาท) เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว และจะเริ่มจัดส่งในเดือนนี้ (ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) จากนั้นไม่นานจะค่อย ๆ ทยอยทำตลาดไปตามภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก
ที่มา: whathifi
