LG กำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สาย true wireless ตระกูล Tone Free ที่มาพร้อมเทคโนโลยีฆ่าเชื้อในตัว ด้วยการเปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Tone Free FP9 และ FP8
เช่นเดียวกับ LG ToneFree HBS-FN7 ที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ยังคงมาพร้อมกับเคสชาร์จที่ไม่เหมือนใครเพราะมีระบบฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีในตัว คอยช่วยทำความสะอาดจุกหูฟังให้สะอาดปราศจากจากแบคทีเรียและลดโอกาสการติดเชื้อที่หูชั้นใน
LG กล่าวว่า LED UV-C ที่ติดมาในตัวเคสได้รับการทดสอบว่าสามารถลดแบคทีเรียที่ตาข่ายกรองเสียงของหูฟังได้ถึง 99.9% ภายในเวลาเพียงห้านาที
หูฟังรุ่นใหม่ของ LG มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟหรือ Active Noise Cancellation (ANC) กันละอองน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX4 แบตเตอรี่ในตัวหูฟังสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมง และเพิ่มเป็น 24 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จที่รองรับการชาร์จเร็ว ซึ่งสามารถชาร์จแค่ 5 นาที ก็สามารถใช้งานต่อได้ถึง 1 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังรองรับการชาร์จแบบไร้สาย
อีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่ที่น่าสนใจในหูฟังรุ่นใหม่ของ LG คือระบบเสียง Headphone Spatial Processing จาก Meridian Audio บริษัทที่ทำงานร่วมกับ LG เพื่อช่วยปรับแต่งผลิตภัณฑ์ด้านเสียงมาหลายปี ระบบเสียงใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างเวทีเสียงที่โอบล้อมและชวนดื่มด่ำมากขึ้น เพื่อให้เสียงดนตรีดังมาจากทุกทิศทาง มันทำงานร่วมกับระบบเสียง 3D Sound Stage ซึ่งขยายเวทีเสียงให้โอบล้อมกว้างมากขึ้น
LG ยังได้ลดขนาดของก้านหูฟังสั้นลงจากรุ่นเดิม 4.4mm เพิ่มไมโครโฟนเป็น 3 ตัวต่อข้างเพื่อเพิ่มภาพเสียงในเวลาใช้สนทนา ช่วยให้การสนทนาในสภาพแวดล้อมที่จอแจมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น พร้อมทั้ง Whispering Mode ที่ผู้ใช้สามารถนำหูฟังข้างขวามาจ่อที่ปากแทนไมโครโฟนรับเสียงได้
เมื่อใช้งานร่วมกับแอปฯ LG TONE Free ในสมาร์ทโฟนจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับ EQ, ใช้งานโหมด Ambient Sound, ปรับแต่งส่วนควบคุมด้วยระบบสัมผัส รวมทั้งฟังก์ชัน Find My Earbuds
สำหรับรุ่น Tone Free FP9 ตัวเคสชาร์จสามารถทำหน้าที่เป็น dongle ไร้สาย สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งสัญญาณเสียงด้วยสาย USB-C to AUX เพื่อรับสัญญาณเสียงจากแหล่งสัญญาณแบบต่อสายเช่น ระบบเสียงบนเครื่องบิน, เกมคอนโซล ฯลฯ ก่อนจะส่งต่อสัญญาณเสียงไปที่ตัวหูฟังในแบบไร้สาย
หูฟังไร้สาย LG Tone Free FP ใหม่ทั้ง 2 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายในเดือนนี้ โดยมีให้เลือก 3 สีได้แก่ Charcoal Black, Pearl White และ Haze Gold
ที่มา: whathifi
