Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

LG โชว์นวัตกรรมล้ำสมัยในงาน CES 2024 ชูจุดเด่น ทีวี OLED 4K แบบโปร่งใสและส่งสัญญาณแบบไร้สายเครื่องแรกของโลก

LG Showcases Latest Innovations at CES 2024 feature LG SIGNATURE OLED T Transparent OLED 4K Display

กรุงเทพฯ, 11 มกราคม 2567 – แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (แอลจี) นำเสนอโซลูชันชีวิตอัจฉริยะ ณ งาน CES 2024 ยกระดับการนำเสนอนวัตกรรมที่นอกเหนือไปจากการใช้งานภายในบ้าน

ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมเพื่อการขับเคลื่อนและเพื่อสิ่งแวดล้อมเชิงพาณิชย์ นิทรรศการของแอลจีที่จัดขึ้นภายใต้ธีม ‘พลิกโฉมอนาคตของคุณ’ นำเสนอแนวทางที่บริษัทจะส่งเสริมประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าผ่านนวัตกรรมใหม่ล่าสุด

อาทิ นวัตกรรมทีวี LG SIGNATURE OLED 4K แบบโปร่งแสงและส่งสัญญาณแบบไร้สาย บ้านอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วย AI ระบบ IoT และเทคโนโลยีการสื่อสาร รวมถึงแนวคิดการขับเคลื่อนแบบ Alpha-able

ที่สุดแห่งประสบการณ์ทีวี ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและคอนเทนต์ที่หลากหลายไม่มีสิ้นสุด
หัวใจสำคัญของบูธแอลจีคือทีวี LG SIGNATURE OLED T ซึ่งเป็นทีวี OLED 4K แบบโปร่งใสและส่งสัญญาณแบบไร้สายเครื่องแรกของโลก ผู้เยี่ยมชมบูธจะได้พบกับการแสงศิลปะบนจอแสดงผลขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นโดยการรวมหน้าจอ OLED T ขนาด 77 นิ้วจำนวน 15 ตัวเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงเนื้อหาวิดีโอที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยสีดำที่สมบูรณ์แบบซึ่งแสดงรายละเอียดสีได้หลายระดับ รวมถึงสีสันที่สดใสสมจริง

จอแสดงผลนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่การแสดงผลแบบโปร่งใสบนจอทีวี OLED เผยให้เห็นถึงประสบการณ์การรับชมทีวียุคใหม่ด้วย OLED T โดยลักษณะการแสดงภาพที่เหมือนลอยตัวได้ของทีวี OLED มาจากความสามารถในการรับส่งสัญญาณวิดีโอและเสียงแบบไร้สาย และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ทำให้การติดตั้งทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมอบอิสระที่มากขึ้นในการจัดการพื้นที่ภายในบ้าน

โซนพิเศษโซนแรกได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อนำเสนอไฮไลต์เทคโนโลยีจอแสดงผลแบบโปร่งใสและส่งสัญญาณแบบไร้สายของทีวี LG SIGNATURE OLED T ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการใช้พื้นที่ และการผสมผสานเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทีวี  LG SIGNATURE OLED T ทำหน้าที่เป็นทีวีที่ช่วยเติมเต็มการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านได้อย่างอิสระ

พร้อมส่งเสริมประสบการณ์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต นอกจากนี้ จอแสดงผลแบบโปร่งใสยังมอบคุณสมบัติการรับชมที่ล้ำลึกและมีมิติมากขึ้นจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้จัดแสดงผลงานศิลปะต่าง ๆ

โซนถัดไปของแอลจี ผู้เข้าชมจะได้พบกับโครงสร้างอุโมงค์สุดตระการตาที่ใช้จอแสดง OLED ขนาด 55 นิ้วกว่า 140 จอเรียงตัวกัน โซนที่เปิดโอกาสให้สัมผัสประสบการณ์ webOS นี้ยังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มคลังคอนเทนต์ที่มาจากความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย

โดยโซน webOS ได้ต้อนรับผู้เข้าชมด้วยคลิปวิดีโอหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ดัง เกม ไปจนถึงการแข่งขันกีฬาที่หลายคนตั้งตารอ ผู้เข้าชมจึงได้รับประสบการณ์ประหนึ่งได้เข้าไปสำรวจโลกแห่งความบันเทิงที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม webOS โดยแอลจีตั้งใจมอบประสบการณ์อันล้ำลึกให้แก่ผู้ที่เข้ามาสำรวจโลกแห่ง webOS ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการเดินทางอันน่าหลงใหลนี้

เทคโนโลยี AI ที่ส่งเสริมประสบการณ์ ‘โซลูชันชีวิตอัจฉริยะ’
ภายในโซนนิทรรศการบ้านอัจฉริยะ แอลจีได้นำเสนอแนวทางที่เทคโนโลยี AI จะสามารถยกระดับการมอบประสบการณ์โซลูชันชีวิตอัจฉริยะแห่งอนาคตได้ โดยบ้านอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของแอลจีใช้งานเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตที่เป็นดิจิทัลไปพร้อมกับตรวจจับความต้องการของพวกเขาในเชิงรุก ตลอดจนเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามคำพูด การกระทำ ไปจนถึงอารมณ์ของลูกค้า

ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์แบบไร้สัมผัสที่ติดตั้งภายในบ้านสามารถทำหน้าที่วัดและแปลงอัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงอัตราการหายใจของลูกค้าได้ในรูปแบบดิจิทัล พร้อมวิเคราะห์สถานะสุขภาพเพื่อปรับอุณหภูมิและความชื้นในอาคารได้อย่างอัตโนมัติ

ในบ้านอัจฉริยะแห่งอนาคต จะมีการนำเทคโนโลยี LG ThinQ มาใช้เชื่อมต่อเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ IoT ที่ติดตั้งอยู่ทั่วทั้งบ้าน ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มให้บริการควบคุมอุปกรณ์โดยอัตโนมัติเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกตั้งค่าอย่างเหมาะสมโดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง

หากลูกค้านำแมวตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงในบ้าน ไมโครโฟน กล้อง และเซ็นเซอร์คลื่นมิลลิเมตรที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของเจ้าเพื่อนขนปุย และจะแจ้งถามโดยอัตโนมัติว่าจะดาวน์โหลด ‘โหมดสัตว์เลี้ยง’ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีระบบ LG ThinQ UP หรือไม่

หรือจะแนะนำให้ใช้ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ยังจัดลำดับความสำคัญของประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยการเปิดโหมดประหยัดพลังงานในผลิตภัณฑ์อัจฉริยะในห้องที่ไม่มีคนอยู่ หรือปิดการใช้งานเมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน

เซ็นเซอร์ยังสามารถเปิดใช้งานโหมดป้องกันอาชญากรรมได้ โดยการส่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ หากตรวจพบความผิดปกติต่าง ๆ อีกด้วย

ภายในโซนนี้ยังมีการแนะนำหุ่นยนต์ AI สมาร์ทโฮมที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ โดยสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยสองล้อเพื่อต้อนรับแขก โดยหุ่นยนต์ AI นี้ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยมากความสามารถภายในบ้านและเป็นศูนย์กลางอัจฉริยะ โดยให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันแก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมผ่านการเชื่อมต่อและจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์ IoT

เมื่อติดตั้งกล้อง ลำโพง และเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในบ้านจะสามารถรวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อมภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์เพื่ออำนวยความสะดวกจากการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ จอแสดงผลบนใบหน้ายังช่วยให้หุ่นยนต์สามารถแสดงสีหน้าต่าง ๆ ได้ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและสื่อสารกับลูกค้าได้ทันที

สำหรับโซนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ทางแอลจีได้จัดแสดงรูปแบบการให้บริการที่ได้รับการปรับแต่งและเชื่อมต่อกันภายใต้ธีมการเดินทางในลาสเวกัส

หนึ่งในตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจคือการผสาน LG MAGNIT ซึ่งเป็นจอแสดงผลแบบ Micro LED เข้ากับโซลูชันการจดจำใบหน้าและโซลูชันการโฆษณาโดยใช้เทคโนโลยี AI โดยการผสมผสานความสามารถดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานในหลากหลายสถานที่ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ย่านการค้า และย่านขนส่ง ได้รับชมโฆษณาที่ได้รับการปรับแต่งมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละคน

นอกจากนี้ LG MAGNIT ยังช่วยอำนวยความสะดวกด้านการส่งต่อข้อมูลจากหุ่นยนต์ GuideBot ในโรงแรม หรือรับชำระเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ใช้งานผ่านระบบจดจำใบหน้าในคาเฟ่ เป็นต้น 

Alpha-able คอนเซ็ปต์การขับเคลื่อนสู่อนาคตของแอลจี
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการต่าง ๆ สำหรับการใช้งานภายในบ้านแล้วแอลจียังได้มอบคำจำกัดความใหม่ให้แก่รถยนต์แห่งอนาคตว่า “ถ้ำดิจิทัลส่วนตัว” หรือ “personalized digital cave” ซึ่งทางบริษัทได้จัดโซนเพื่อนำเสนอคอนเซ็ปต์ Alpha-able ในบริเวณพื้นที่จัดแสดง

โดยคอนเซ็ปต์ Alpha-able เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ด้านการขับขี่ของแอลจี ผ่านการมอบการส่งมอบประสบการณ์ตัวอย่างของโซลูชันด้านนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ผู้โดยสารสามารถคาดหวังว่าจะได้รับในสภาพแวดล้อมแห่งการขับขี่ในอนาคต

คอนเซ็ปต์การขับขี่แห่งอนาคตนี้ มุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครให้แก่ลูกค้าผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง การสำรวจค้นคว้า และการผ่อนคลาย

ในแง่ของการเปลี่ยนแปลง แอลจีจะมุ่งเน้นการแปลงโฉมรถยนต์ให้เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเหมือนเป็นบ้านหรือที่ทำงาน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถพักผ่อนหรือทำงานระหว่างเดินทางได้

โดยคอนเซ็ปต์ Alpha-able จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจอแสดงผลที่ทันสมัยซึ่งรวมไปถึงความสามารถในการม้วนพับ ความยืดหยุ่น และความโปร่งแสง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและโซลูชันภายในบ้าน เพื่อส่งมอบ ประสบการณ์การเปลี่ยนแปลง อันแปลกใหม่ที่สามารถปรับแต่งให้ตอบรับความต้องการของผู้โดยสาร

นอกจากนี้ คอนเซ็ปต์ Alpha-able ยังมอบประสบการณ์การค้นคว้า ผ่านการส่งต่อข้อมูลและรายละเอียดสำหรับแต่ละสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป รวมถึงการส่งต่อ ประสบการณ์ความผ่อนคลาย ให้ผู้โดยสารได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาส่วนตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ แอลจียังได้จัดโซนเพื่อจัดแสดงโซลูชันการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle – EV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักของบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยจุดไฮไลท์ของโซนนี้ ได้แก่ หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของแอลจี และโซลูชันการควบคุมที่เรียกว่า e-Centric นั่นเอง

การทดลองแห่งนวัตกรรมใน LG Labs และโซลูชันด้านความยั่งยืนอันสอดคล้องกับวสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน (Environment, Social, Governance – ESG)

แอลจียังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายชนิด ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นภายใน LG Labs ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่เกิดจากการทดลอง แต่มีความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมอันทันสมัย โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษไม่เหมือนใครให้แก่ลูกค้า

ในโซน LG Labs ยังได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมมากมาย ซึ่งรวมถึง ‘DukeBox by LG Labs’ อุปกรณ์เครื่องเสียงแบบครบวงจรที่จะมาปลุกประสบการณ์ด้านเสียงและวิดีโอชั้นเลิศ ให้กลับมาทรงพลังอีกครั้งในคอนเซ็ปต์ของตู้เพลงยุคใหม่

และยังมี ‘DUOBO by LG Labs’ เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่สามารถสกัด 2 รสชาติพร้อมกัน รวมไปถึง ‘Bon Voyage by LG Labs’ พื้นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการปรับแต่งและออกแบบเพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติที่บ้าน

นอกจากนี้ ยังมีโซนที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่าง ‘LG CineBeam Qube’เลเซอร์โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กที่มาพร้อมความคมชัดระดับ 4K  และ ‘brid.zzz by LG Lab’ โซลูชันที่ช่วยดูแลการนอนด้วยการตรวจจับคลื่นสมองและสร้างจังหวะของเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกผ่อนคลาย  พร้อมส่งมอบความล้ำสมัยที่มีนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

แอลจียังได้จัดแสดงโซน Better Life for All เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในโซนนี้คือ ‘LG mycup’ ซึ่งเป็นเครื่องทำความสะอาดแก้วน้ำที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES ครั้งนี้

นอกจากนี้ แอลจียังได้นำเสนอโซลูชันภายในบ้านที่มุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถของแพลตฟอร์มพลังงานภายในบ้านของแอลจี เพื่อการจัดการและการใช้พลังงานภายในบ้านให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

โดยโซลูชันที่ครบครันนี้จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคุมการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และยังสามารถกระจายพลังงานหมุนเวียนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ แอลจียังได้นำเสนออุปกรณ์เสริม ‘Universal UP Kit’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อการอำนวยความสะดวก ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของแอลจีได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องคำนึงถึงเพศ อายุ หรือข้อจำกัดทางร่างกาย

ซึ่งภายในงาน ผู้เยี่ยมชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเข้าถึงการใช้งานของทุกคนอย่างเท่าเทียมกันสำหรับผลิตภัณฑ์ทีวีอีกด้วย

Exit mobile version