Klipsch ฉลองครบรอบ 80 ปี เปิดตัวลำโพงแอคทีฟรุ่นใหม่ The Fives II, The Sevens II และ The Nines II อัปเกรดทั้งเสียงและคุณสมบัติ
Klipsch ฉลองครบรอบ 80 ปี เปิดตัวลำโพงแอคทีฟรุ่นใหม่ The Fives II, The Sevens II และ The Nines II อัปเกรดทั้งเสียงและคุณสมบัติ
นอกจากตัวไดรเวอร์แบบฮอร์นโหลดของแบรนด์เอง การออกแบบในส่วนของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดได้พัฒนาร่วมกับ Onkyo นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Dirac Live และ Dolby Atmos
ลำโพงทั้งสามรุ่นได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากลำโพงแอคทีฟรุ่นก่อนหน้าอย่าง The Fives, The Sevens และ The Nines
โดยลำโพงรุ่น The Fives นั้นเปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ขณะที่รุ่น The Sevens และ The Nines นั้นเปิดตัวตามมาในปี 2023
Klipsch ตั้งใจให้ลำโพงรุ่นใหม่นี้ให้เป็นการอัปเกรดด้านเสียงอย่างแท้จริง มากกว่าการปรับปรุงเฉพาะเพียงรูปลักษณ์ภายนอก หัวใจสำคัญของความพยายามนี้คือ แผงหน้าตู้ลำโพงแบบชิ้นเดียว BMC (Bulk Molding Compound) ซึ่งได้ออกแบบขึ้นใหม่ พร้อมเทคโนโลยี Tractrix Horn ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร
แผงหน้าตู้ลำโพงแบบชิ้นเดียวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้การกระจายเสียงกว้างขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้น
![]()
ด้านเสียงทุ้มนั้นเป็นหน้าที่ของวูฟเฟอร์ Jet Cerametallic ของ Klipsch ซึ่งมีขนาดเหมาะสมกับแต่ละรุ่น คือขนาด 5.25 นิ้ว (The Fives II), 6.5 นิ้ว (The Sevens II) และ 8 นิ้ว (The Nines II) ให้เสียงเบสที่ลึกขึ้นและการตอบสนองต่อสัญญาณฉับพลันที่ดีขึ้น
แผ่นกั้นเสียง BMC แบบชิ้นเดียวนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการลดการเปลี่ยนแปลงน้ำเสียงที่เกิดจากตัวตู้ลำโพงด้วย โครงสร้างที่หนาแน่นและแข็งแรงกว่าเดิมช่วยลดเสียงสะท้อนที่ไม่พึงประสงค์ ในขณะที่การออกแบบรัศมีโค้งช่วยลดการเลี้ยวเบน ทำให้ลำโพงสามารถสร้างเวทีเสียงที่กว้างขึ้นและกลมกลืนมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการอัปเกรดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้
ลำโพงแอคทีฟ The Fives II, The Sevens II และ The Nines II ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากสถาปัตยกรรมการประมวลผลในเครื่องเสียงเอวีรีซีฟเวอร์รุ่นใหม่ของ Onkyo โดยให้ความสำคัญกับทั้ง วงจรขยายเสียง และระบบประมวลผลสัญญาณเสียง
![]()
เป็นผลให้ลำโพงแอคทีฟทั้งสามรุ่นรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ทำให้สามารถสร้างเสียงรอบทิศทางเสมือนจริงได้โดยไม่ต้องใช้เอวีรีซีฟเวอร์ ขณะที่รุ่นเรือธงอย่าง The Nines II ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มการรองรับระบบเสียง DTS:X เข้ามาด้วย
ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบลำโพงแอคทีฟที่ถ่ายทอดพลังเสียงได้มากกว่าระบบเสียงสเตริโอตามปกติ แต่ยังทำหน้าที่เหมือนเป็นเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ขนาดกะทัดรัดและเรียบง่ายได้ด้วย
ในลำโพงรุ่น The Sevens II และ The Nines II ยังได้เพิ่มเทคโนโลยี Dirac Live Room Correction แบบ Limited Bandwidth ให้สามารถใช้ปรับแต่งเสียงให้แมตช์กับสภาพอะคูสติกของห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้พบในเครื่องเสียงประเภทลำโพงแอคทีฟ
ในด้านการเชื่อมต่อการเชื่อมต่อ ลำโพงรุ่นใหม่นี้รองรับการเชื่อมต่อแบบใช้สายสำหรับแหล่งสัญญาณทั้งอะนาล็อกและดิจิทัล โดย The Fives II, The Sevens II และ The Nines II มีพอร์ต HDMI 2.1 พร้อม HDMI eARC รวมถึงอินพุตดิจิทัล USB-C, Coaxial และ Optical
นอกจากนั้นตัวลำโพงยังมีอินพุตอะนาล็อกระดับไลน์ พร้อมภาคขยายสัญญาณโฟโนในตัว ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นเสียงโดยตรง ไม่จำเป็นต้องใช้โฟโนปรีแอมป์ภายนอก นอกจากนี้ยังมีเอาต์พุตซับวูฟเฟอร์
พิเศษมากขึ้นไปอีกลำโพงรุ่น The Nines II ยังมีอินพุต XLR ทำให้สามารถใช้งานได้ในสตูดิโอและสภาพแวดล้อมด้านเสียงระดับมืออาชีพ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานยิ่งขึ้น
![]()
คุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นก่อนหน้าสำหรับลำโพง The Fives II, The Sevens II และ The Nines II คือการได้รับการออกแบบให้เป็นลำโพงสตรีมมิ่งแบบครบวงจร รองรับทั้ง Google Cast, Apple AirPlay 2, Spotify Connect, TIDAL Connect และ Qobuz ทำให้สามารถเล่นเพลงจากแพลตฟอร์มยอดนิยมได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์สตรีมมิงภายนอก
ยิ่งไปกว่านั้น The Nines II ยังโดดเด่นด้วยการรองรับ Roon Ready ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตั้งค่าการฟังเพลงระดับไฮเอนด์
ทุกรุ่นในซีรีส์นี้ยังรองรับการเล่นเสียงความละเอียดสูงถึง 24bit/96kHz ทำให้มั่นใจได้ถึงความเข้ากันได้กับการสตรีมมิ่งความละเอียดสูงในปัจจุบันและไฟล์เพลงในเครื่อง นอกจากนี้ The Sevens II และ The Nines II ยังมีตัวเลือกการเชื่อมต่อลำโพงข้างซ้ายและขวาแบบไร้สาย ทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดวางและลดความยุ่งยากในการติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องที่ไม่สะดวกในการเดินสายลำโพง
เมื่อใช้งานลำโพงร่วมกับแอปฯ Klipsch Connect Plus จะช่วยให้สามารถเข้าถึงการควบคุม การปรับเทียบเสียง และการจัดการระบบแบบรวมศูนย์
ราคาและการวางจำหน่าย
ลำโพงแอคทีฟรุ่นใหม่ของ Klipsch ทั้งสามรุ่นจะวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) ปี 2026:
• The Fives II ราคาคู่ละ 1,399.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 45,000 บาท)
• The Sevens II: 1,999.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ/คู่ (ประมาณ 63,000 บาท)
• The Nines II: 2,399.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ/คู่ (ประมาณ 76,000 บาท)
ตัวเลือกสีใหม่: ลำโพงรุ่นใหม่นี้จะมีตัวเลือกตู้ลำโพงเป็นผิวไม้โอ๊คแดงพร้อมแผงด้านหน้าสีขาว รวมทั้งตัวตู้ลำโพงที่เป็นผิวไม้วอลนัทและไม้มะเกลือ พร้อมแผงด้านหน้าสีดำเหมือนรุ่นก่อนหน้า
ที่มา: ecoustics