Klipsch เปิดตัว Flexus Core 300 ลำโพงซาวด์บาร์ Dolby Atmos รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อม Dirac Live
Klipsch แบรนด์เครื่องเสียงจากสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเปิดตัวซาวด์บาร์รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ Flexus นั่นคือ Flexus Core 300 เป็นซาวด์บาร์รุ่นแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยี Dirac Live
ด้วยเทคโนโลยี Dirac Live นั่นหมายความว่าลำโพงซาวด์บาร์รุ่นใหม่นี้พร้อมถ่ายทอดคุณภาพเสียงที่เหนือกว่าลำโพงซาวด์บาร์ทั่วไป ไม่ว่าจะวางไว้ในห้องที่มีขนาดหรือลักษณะใดก็ตาม
Klipsch ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำเทคโนโลยีปรับแก้และชดเชยอะคูสติกของห้องอย่าง Dirac Live มาใช้งานใน Flexus Core 300 รุ่นใหม่ ที่ผ่านมา Dirac Live ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ปรับสมดุลเสียงในห้องมักพบในเครื่องเสียงประเภทเอวีรีซีฟเวอร์
โดยพื้นฐานแล้ว Dirac Live จะปรับเสียงของซาวด์บาร์ในพื้นที่การฟังที่กำหนด และแก้ไขทั้งระดับเสียงและเฟสเสียงของระบบ ส่งผลให้ Flexus Core 300 “ให้เสียงที่สะอาดสดใสและมีสมดุลเสียงที่ดีขึ้น ให้เสียงทุ้มที่กระชับและหนักแน่นมากขึ้น มีเวทีเสียงที่ดีขึ้น ตลอดจนมีความคมชัดที่ดีขึ้น”
Klipsch Flexus Core 300 ถือเป็นซาวด์บาร์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในซีรีส์ Flexus ของ Klipsch โดยมาพร้อมไดรเวอร์ด้านหน้าขนาด 5.7 ซม. จำนวน 2 ตัว และไดรเวอร์ด้านข้างขนาด 5.7 ซม. จำนวน 2 ตัว โดยทั้งหมดเสริมด้วยไดรเวอร์ด้านหน้า 4 ตัว ซึ่งวัดขนาดได้ 5.7 ซม. เช่นกัน
![]()
นอกจากนั้นยังมีลำโพงซับวูฟเฟอร์ในตัวขนาด 10 ซม. จำนวน 4 ตัว เพื่อรับประกันว่าการตอบสนองความถี่ต่ำที่ทรงพลัง ในขณะที่ตัวลำโพงซาวด์บาร์ที่ยังคงมีขนาดกะทัดรัดอยู่
นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีทวีตเตอร์แบบฮอร์นของ Klipsch ที่มุ่งหวังที่จะมอบ “ความชัดเจนของเสียงร้องหรือเสียงพูดที่เหนือกว่า” ซาวด์บาร์รุ่นนี้จึงตอบโจทย์ทุกความต้องการในการใช้งาน
Flexus Core 300 สามารถใช้งานร่วมกับแอปฯ Connect Plus ใหม่ของ Klipsch ซึ่งมีให้ใช้งานทั้งสำหรับ iOS และ Android ช่วยให้เข้าถึงส่วนต่าง ๆ เช่น การเลือกอินพุต การตั้งค่า EQ และการอัปเดตคุณสมบัติต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังรองรับการสตรีมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Apple AirPlay, Google Cast, Spotify และ Tidal Connect
เมื่อใช้งานร่วมกับลำโพงเซอร์ราวด์ไร้สาย Flexus Surround 200 รุ่นใหม่ของ Klipsch ผู้ใช้งานสามารถถึงระบบเสียงรอบทิศทางเสมือนจริง Dolby Atmos เพื่อประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้น
ในแง่ของการเชื่อมต่อ Flexus Core 300 มีอินพุต HDMI 8K passthrough และ HDMI eARC ควบคู่ไปกับอินพุตออปติคัลที่ใช้งานได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.3 และ Wi-Fi รวมถึงเอาต์พุตสำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์
Fredric Tapper รองประธานฝ่ายเครื่องเสียงภายในบ้านของ Dirac กล่าวว่า “Dirac และ Klipsch ต่างมีความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งและแน่วแน่ต่อความเป็นเลิศด้านเสียง ดังนั้นซาวด์บาร์ Klipsch Flexus Core 300 จึงเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของโลกที่จะมากำหนดมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพเสียงของลำโพงซาวด์บาร์”
Flexus Core 300 จะวางจำหน่ายในฤดูหนาวปีนี้ ในราคา $999 หรือประมาณ 35,000 บาท ผู้ใช้งานสามารถซื้อลำโพงเซอร์ราวด์รอบทิศทางเสริมได้ 2 รุ่น นั่นคือ รุ่น Surr 200 ในราคา $399 หรือประมาณ 14,000 บาท ในขณะที่ซับวูฟเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว รุ่น Sub 200 มีจำหน่ายในราคา $499 หรือประมาณ 17,000 บาท
ที่มา: whathifi