กรุงเทพฯ 3 ธันวาคม 2567 – iQOO (ไอคูล) ประกาศเปิดตัว iQOO 13 5G สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้แนวคิด ‘เปิดประสบการณ์ ที่เหนือกว่า’ หรือ ‘Unlocking New Experiences’
ยกระดับมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงผสานความร่วมมือกับ Qualcomm โดยใช้พลังของชิปเซ็ต Snapdragon® 8 Elite ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษเพื่อมอบการตอบสนองที่ทั้งเสถียร และรวดเร็วเหนือชั้น สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันอย่างราบรื่น ไปจนถึงเปิดประสบการณ์การเล่นเกมและการถ่ายภาพที่เหนือกว่า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้หลงใหลเทคโนโลยี เหล่าเกมเมอร์ และผู้ใช้งานทุกคน
iQOO 13 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 8 Elite ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Oryonจาก Qualcomm ด้วยการออกแบบ 2+6 Core ประสิทธิภาพสูงและความเร็วสูงสุด 4.32GHz ให้ประสบการณ์การประมวลผลที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น สามารถจัดการแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนด้านกราฟิก GPU ของ Snapdragon® 8 Elite มาพร้อมสถาปัตยกรรมที่ช่วยปรับปรุงการทำงานเพื่อการเรนเดอร์กราฟิกที่หนักหน่วง พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เมื่อผสานกับหน่วยความจำ LPDDR5X Ultra ที่เพิ่มความเร็วในการอ่าน
นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่าง iQOO และ Qualcomm ยังเสริมศักยภาพ iQOO 13 5G ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น GMEM (Graphics Memory) เพื่อการจัดการหน่วยความจำที่เหมาะสม อินเทอร์เฟซ MPAM แบบเปิดเพื่อการจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีอย่าง AFME 2.0 และ Hardware Ray Tracing เพื่อภาพที่คมชัดและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
Snapdragon® 8 Elite ยังมอบความสามารถด้าน AI ขั้นสูงที่เพิ่มความเร็วในการประมวลผลNPU และลดการใช้พลังงาน มอบประสบการณ์ AI ที่ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพสูงให้กับผู้ใช้ การผสมผสานการปรับแต่งและวิศวกรรมร่วมกันระหว่าง iQOO และ Qualcomm ได้อย่างลงตัวและทรงพลัง
iQOO 13 5G ไม่ได้มีเพียงความเก่งด้านประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังมอบความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าเกมเมอร์ด้วยการตั้งค่าการทำงานชิปแบบคู่ ทั้ง Snapdragon® 8 Elite และชิปSupercomputing Q2 ของ iQOO มอบประสบการณ์กราฟิกการเล่นเกมที่เหนือระดับ รองรับความละเอียดสูงสุด 2K (ระดับพีซี) และอัตราเฟรมเรตสูงสุด 144fps ให้ภาพที่ยอดเยี่ยมและลื่นไหล ไม่สะดุด ให้เหล่าเกมเมอร์พร้อมชนะในทุกแมตช์การแข่งขันในทุกสถานการณ์
หน้าจอแสดงผล 8T LTPO โดดเด่นด้วยความละเอียด 2K (1440 × 3168) และอัตราการรีเฟรช144Hz มอบภาพกราฟิกที่คมชัดและลื่นไหลอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ทุกรายละเอียดถูกแสดงผลอย่างแม่นยำ อัตราการรีเฟรชแบบปรับเปลี่ยนตามความต้องการของเนื้อหา ช่วยลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่ระหว่างการเล่นเกมที่ยาวนาน ด้วยความสว่างสูงสุด 4500nits จอแสดงผลมอบภาพที่คมชัดแม้ในสภาพแสงกลางแจ้ง เหมาะสำหรับการเล่นเกมทุกที่ทุกเวลา
iQOO 13 5G ได้รวมเทคโนโลยี Zero-Latency Frame Interpolation และ High-Fidelity Frame Interpolation เพื่อเพิ่มความไวในการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ อัลกอริทึมการซิงค์เฟรมทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงเวลาการเรนเดอร์ภาพ ทำให้แต่ละเฟรมปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ มอบความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับผู้เล่นด้วยการเล่นเกมที่ราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น iQOO 13 5G ยังมาพร้อมกับมอเตอร์สั่น Ultra-Wide Vibration Motor และลำโพงSymmetrical Drum Master Speakers ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้สถานการณ์และดื่มด่ำกับเกมอย่างเต็มที่ โดยรวมแล้ว นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้ iQOO 13 5G เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักเล่นเกมที่ต้องการประสบการณ์ที่ราบรื่นและประสิทธิภาพสูง
iQOO 13 5G ตั้งมาตรฐานใหม่ในการปกป้องสายตา เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนรุ่นแรก ๆ ที่ใช้เทคโนโลยี OLED Circular Polarization Technology ซึ่งได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland และ vivo Visual Health Labs หน้าจอขั้นสูงนี้ใช้ PWM Dimming 2592Hz เพื่อลดการกระพริบของหน้าจอและลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระยะเวลานาน โดยออกแบบร่วมกับ BOE
หน้าจอขนาด 6.82 นิ้ว ทนต่อการสึกหรอ รอยขีดข่วน และฝุ่นละออง ช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยหน้าจอชั้นนำในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีการปกป้องสายตาอันล้ำสมัย หน้าจอของ iQOO 13 5G เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาหน้าจอของ iQOO มอบความสะดวกสบาย ความคมชัด และความแม่นยำที่เหนือกว่า
iQOO 13 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6150mAh ที่มอบความทนทานได้เป็นอย่างดีโดยไม่กระทบต่อดีไซน์ที่บางเฉียบ โดยแบตเตอรี่ในรุ่นนี้มีความอึดเพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับiQOO 12 5G พร้อมระบบระบายความร้อน VC ขนาดใหญ่ 7000 ตร.มม. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายความร้อนทั่วพื้นผิวมากขึ้น 17%
สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเร็ว iQOO 13 5G มอบเทคโนโลยี 120W FlashCharge ที่ให้การชาร์จเร็วพิเศษ รวมถึงการทำ Bypass Charging ที่ชาร์จไฟเข้าตัวเครื่องแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่ ช่วยให้สามารถเล่นเกม สตรีม และทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่สุดล้ำ ความสามารถในการชาร์จเร็ว และดีไซน์บางเฉียบ iQOO 13 5G จึงตอบโจทย์ความต้องการด้านประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้มีพลังงานเต็มเปี่ยมและพร้อมรับทุกสิ่งตลอดวัน
iQOO 13 5G มาพร้อมกับดีไซน์ที่บางเฉียบเพียง 7.99 มม. (เฉพาะรุ่น Alpha) และ 8.1 มม. (ในรุ่น Legend) และนวัตกรรมฝาหลังตัวเครื่องดีไซน์ใหม่กับเอฟเฟกต์แสง Monster Halo ซึ่งเป็นความก้าวหน้าทางการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งการแข่งรถรถยนต์ และยังมีไฟรอบโมดูลกล้องแบบ Dynamic Light Pulse กระพริบเป็นจังหวะกับการเล่นเกมและฟังเพลง ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับอุปกรณ์ พร้อมทั้งยังช่วยแจ้งเตือนผู้ใช้แบบเรียลไทม์เมื่อมีการโทรเข้า ข้อความ และสถานะการชาร์จ
รายละเอียดการวางจำหน่าย
iQOO 13 5G จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป ใน 2 รุ่นความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ในราคา 27,900 บาท และ 16GB + 512GB ในราคา30,900 บาท โดยผู้ที่สั่งซื้อจะมีสิทธิ์รับโปรโมชันและของสมนาคุณ ดังนี้
• ประกัน E-VIP ประกันตัวเครื่อง 2 ปี และประกันหน้าจอแตก 2 ปี จำนวน 1 ครั้ง (มูลค่า10,999 บาท)
• พิเศษ! สำหรับผู้ที่สั่งซื้อภายในวันที่ 4 ธ.ค. 67 – 12 ธ.ค. 67 ชำระเพิ่มเพียง 1,000 บาทเพื่ออัปเกรดความจุเป็น 16GB + 512GB
• โปรโมชันเก่าแลกใหม่ รับส่วนลดเพิ่มจากราคาประเมินสูงสุด 8,000 บาท
ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถจับจองเป็นเจ้าของ iQOO 13 5G และร่วมเปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่าไปพร้อมกันได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada TikTok Shopและ Thisshop รวมถึงหน้าร้าน vivo และตัวแทนจำหน่าย Banana IT City Jaymart TG ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก iQOO Thailand และเว็ปไซต์ https://www.iqoo.com/th
#iQOO135G #MonsterInside #เปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่า
