คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย — 16 กันยายน 2020 – วันนี้ Apple® ได้เปิดตัว iPad Air® โฉมใหม่ (iPad Air 4) ที่ทรงพลัง มากความสามารถ และสีสันจัดเต็มที่สุดเท่าที่เคยมีมา iPad Air รุ่นนี้มีสีที่สวยงามให้เลือกถึง 5 สี ใช้ดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมด มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina® ขนาด 10.9 นิ้ว
ระบบกล้องและเสียงที่อัปเกรดใหม่ เซ็นเซอร์ Touch ID® ที่รวมไว้ในปุ่ม power ด้านบน และชิป A14 Bionic ตัวใหม่ที่ Apple คุยว่าแรงจนสามารถตัดต่อวิดีโอ 4K, สร้างสรรค์งานศิลปะอันสวยงาม, เล่นเกมสุดสมจริง ได้แบบเหลือ ๆ จนสามารถเรียกได้ว่าเป็น iPad Air รุ่นที่ทรงพลังที่สุดและทำอะไรได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Apple iPad Air 4 มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่บางเบาและมีสีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ สีโรสโกลด์ สีเขียว และสีสกายบลู
ดีไซน์โฉมใหม่แบบหน้าจอขอบบาง มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย เช่น กระบวนการ Full Lamination, การรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3, การแสดงผลแบบ True Tone และการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน
เซ็นเซอร์ Touch ID รุ่นใหม่รวมไว้ในปุ่มด้านบน สามารถปลดล็อคหน้าจอ, ลงชื่อเข้าใช้แอปฯ หรือใช้Apple Pay®
iPad Air 4 สามารถใช้งานร่วมกับ Magic Keyboard™ ที่มีดีไซน์แบบยกลอยและมีแทร็คแพดในตัว, Smart Keyboard Folio™ และปก Smart Folio® ใหม่ รวมทั้ง Apple Pencil® ซึ่งจะติดอยู่ที่ด้านข้างโดยใช้แม่เหล็กเพื่อให้ง่ายต่อการจับคู่ ชาร์จ และจัดเก็บ
สำหรับระบบกล้อง iPad Air 4 มีกล้องหน้าความละเอียด 7MP สำหรับการโทร FaceTime® HD กล้องหลัง 12MP แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPad Pro® (2018) สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K ได้ นอกจากนั้นยังมีลำโพงในระบบเสียงสเตอริโอเมื่อใช้งานในโหมดแนวนอน
ทางด้านการเชื่อมต่อ iPad Air 4 เปบี่ยนจาก Lightning มาใช้พอร์ต USB-C ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 5Gbps ซึ่งเร็วกว่าเดิม 10 เท่า รองรับการเชื่อมต่อกล้อง ฮาร์ดไดรฟ์ และจอภาพภายนอกความละเอียดสูงสุดระดับ 4K
สำหรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย iPad Air 4 มาพร้อมกับประสิทธิภาพของ Wi-Fi 6 และการเชื่อมต่อ LTE ที่เร็วขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์
iPad Air 4 จะวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ ในช่ือ iPad Air รุ่นใหม่ จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 19,900 บาทสำหรับรุ่น Wi-Fi และในราคาเริ่มต้นที่ 24,400 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular มีให้เลือกในขนาด 64GB และ 256GB
สรุปจุดเด่นของ iPad Air 4
– ชิปใหม่ A14 Bionic (5nm)
– จอภาพ Liquid Retina® ขนาด 10.9 นิ้ว ขอบจอบางดีไซน์เหมือน iPad Pro
– ขอบเครื่องด้านข้างเป็นเหลี่ยมเหมือน iPad Pro
– ลำโพงในตัวระบบเสียงสเตริโอ (ในโหมดแนวนอน)
– Touch ID อยู่ที่ปุ่ม Power/lock screen
– รองรับ Apple Pencil 2 แปะชาร์จข้างเครื่องได้เหมือน iPad Pro
– ขั้วต่อเปลี่ยนจากพอร์ต Lightning เป็น USB-C
– กล้องหลังเหมือน iPad Pro 2018
– มีคอนเน็คเตอร์ด้านหลัง ใช้งานกับ Magic Keyboard case ได้
