16 มิถุนายน 2569 – Insta360 ประกาศเปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอลเรือธงรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับLeica ซึ่งออกแบบมา เพื่อผสานประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยมาพร้อมระบบกันสั่น 3 แกน และฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอที่ครบครันเอาไว้ในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด
เสริมด้วยระบบเลนส์คู่และเลนส์เทเลโฟโต้ระดับโปร ตอบโจทย์ทั้งครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์และสายโปรดักชันที่ถ่ายทำและตัดต่อบนสมาร์ตโฟน ภายในตัวกล้องมาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 8K เลนส์ Leica Summicron หน้าจอ OLED แบบถอดได้ และระบบติดตามวัตถุอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI
โดย กล้อง Luna Ultra ได้นำความเชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพของ Insta360 มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ ที่ต้องการสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพสูงได้ทุกที่ทุกเวลา
ระบบภาพและออปติกขั้นสูง
Luna Ultra มาพร้อมเลนส์ Leica Summicron จับคู่กับเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 8K สำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอ ความละเอียดสูง รวมถึงระบบเลนส์เทเลโฟโต้เสริมที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้ว, รูรับแสง F2.0, รองรับเอฟเฟกต์โบเก้ที่ให้ความเป็นธรรมชาติในระยะโฟกัสทั้ง 5 ระดับ พร้อมความสามารถในการซูมได้สูงสุด 12 เท่า โดยสามารถซูมแบบไม่สูญเสีย ความละเอียดได้สูงสุดถึง 6 เท่า
“Luna Ultra คือก้าวแรกของ Insta360 ในตลาดกล้องกิมบอล ซึ่งต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านระบบภาพที่เรามีมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าตลาดของผู้ใช้งานกลุ่มนี้พร้อมสำหรับมาตรฐานใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดกว่าเดิม ประสิทธิภาพเหนือกว่า และมอบประสบการณ์ใช้งานที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
Luna สะท้อนวิสัยทัศน์ของเราต่ออนาคต ของกล้องกิมบอล เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกช่วงเวลาสำคัญได้อย่างง่ายดาย มั่นใจ และจริงใจมากยิ่งขึ้น” — Max Richter, รองประธานฝ่ายการตลาดและ ผู้ร่วมก่อตั้ง ของ Insta360 เผย
ด้านวิดีโอ Luna Ultra รองรับการถ่ายทำที่ความละเอียด 8K 30fps มาตรฐานเทคโนโลยีการแสดงผลภาพแบบ Dolby Vision และการถ่ายทำแบบ 10-bit I-Log ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดของแสงและสีให้ได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับแต่งสี ในขั้นตอนการตัดต่อหลังการถ่ายทำ ด้วยช่วงไดนามิกสูงสุดถึง 14 สต็อป ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดทั้งส่วนไฮไลท์ และเงาได้อย่างครบถ้วน
สำหรับภาพนิ่ง Luna Ultra ยังรองรับโหมดการถ่ายภาพความละเอียด 37 ล้านพิกเซล (UltraPhotos) และภาพพาโนรามา ความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล (Scenic Panorama)
นอกจากนี้ยังเสริมประสิทธิภาพการถ่ายทำในที่แสงน้อยได้รับการยกระดับด้วยโหมด PureVideo ที่ช่วยลดสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในภาพและเพิ่มความสว่าง และรักษารายละเอียดของภาพ รองรับการถ่ายทำวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด 4K 60fps ยิ่งไปกว่านั้น Luna Ultra ยังมาพร้อมชิป Triple AI ที่รองรับการประมวลผลภาพขั้นสูงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของระบบโดยรวม
ดีไซน์และระบบกันสั่น
Luna Ultra มาพร้อมดีไซน์ขนาดกะทัดรัด ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 200 กรัม ทำให้พกพาได้สะดวกไม่ต่างจากสมาร์ตโฟน ด้วยหน้าจอ OLED ขนาด 2 นิ้วแบบถอดแยกได้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ช่วยให้สามารถดูภาพและควบคุมกล้อง ได้จากระยะไกล พร้อมรองรับการส่งสัญญาณภาพแบบ HD ได้ไกลสูงสุด 20 เมตร เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเฟรมและการถ่ายทำแบบ Solo มากยิ่งขึ้น
ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 1550mAh ใช้งานได้นานสูงสุด 4 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จได้ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 23 นาที โดยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวกล้องมีให้มาถึง 47GB และสามารถขยายเพิ่มเติมได้สูงสุด 1TB ผ่าน microSD
ระบบกันสั่น 3 แกน ทำงานร่วมกับระบบกันสั่นอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) เพื่อให้ได้ฟุตเทจที่ลื่นไหลแม้ในขณะเคลื่อนไหว พร้อมฟีเจอร์ Deep Track 5.0 ช่วยติดตามวัตถุได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุมการติดตามอัตโนมัติ การติดตามการซูมแบบแอ็คทีฟ การติดตามแบบกลุ่มและการจัดเฟรมอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้วัตถุอยู่ภายในเฟรมและคมชัดอยู่เสมอ
เครื่องมือสร้างสรรค์และเวิร์กโฟลว์ระดับมืออาชีพ
Luna Ultra มาพร้อมโปรไฟล์สี Leica ได้แก่ Leica Natural, Leica Vivid และ Leica Chrome รวมถึงฟิลเตอร์สไตล์ภาพยนตร์ หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์ลุคต่าง ๆ ได้โดยตรงจากตัวกล้อง นอกจากนี้ยัง Luna Ultra ยังรองรับเวิร์กโฟลว์การทำงานด้านสีระดับมืออาชีพอย่างระบบ ACES (Academy Color Encoding System) ระบบ Timecode ที่ช่วยให้การถ่ายทำร่วมกันหลายกล้องเป็นเรื่องง่าย
และรองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ตัดต่ออย่าง Final Cut Pro และ Adobe Premiere Pro อีกทั้งยังมีเครื่องมือเพิ่มเติมอย่าง QR Color Share สำหรับแชร์การตั้งค่าสีระหว่างอุปกรณ์ และระบบ ผู้ช่วยตัดต่อ AI ภายในแอป Insta360 ที่สามารถค้นหาโมเมนต์สำคัญและสร้างวิดีโอพร้อมให้คุณแชร์ได้ทันทีโดยอัตโนมัติ
ด้านเสียง Luna Ultra มาพร้อมอุปกรณ์กันลมในตัวเพื่อการบันทึกเสียงกลางแจ้งที่คมชัดยิ่งขึ้น และรองรับการเชื่อมต่อ โดยตรงกับระบบไมโครโฟน Insta360 Mic ทั้งแบบการส่งสัญญาณเดี่ยวและคู่
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางที่ช่วยขยายขอบเขตการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น POV Head Tracker สำหรับการถ่ายทำ แบบแฮนด์ฟรี ฟิลเตอร์ Black Mist สำหรับเอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์ เลนส์มุมกว้างที่ช่วยขยายมุมมองภาพเป็น 108° และ ND Filters สำหรับการควบคุมค่าแสงและสร้างเอฟเฟ็กต์Motion Blur
6 ปีแห่งความร่วมมือด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพ
ความร่วมมือตลอด 6 ปีของ Insta360 และ Leica ซึ่งเริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้าร่วมกัน 5 รุ่น ก่อนหน้า โดยผสานความรู้และความเชี่ยวชาญด้านออปติกและเอกลักษณ์ด้านสีของ Leica เข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายทำที่ได้รับรางวัล Emmy Award ของ Insta360
สำหรับ Luna Ultra ทั้งสองบริษัทได้นำความร่วมมือดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้วยการผสานระบบออปติก ระดับมืออาชีพเข้ากับดีไซน์กล้องกิมบอลขนาดกะทัดรัดที่ขับเคลื่อนด้วย AI
Luna Ultra เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานใหญ่ของ Leica ในเมืองเวทซ์ลาร์ ประเทศเยอรมนี สะท้อนถึงความร่วมมือ อันแน่นแฟ้นเบื้องหลังกล้องกิมบอลรุ่นแรกของ Insta360 ที่พัฒนาร่วมกับ Leica
“การเปิดตัวครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Insta360 และ Leica ที่ผสานความรู้ด้านออปติกเข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพอัจฉริยะสำหรับคนรุ่นใหม่” — Marius Eschweiler, รองประธานฝ่าย Business Unit Mobile บริษัท Leica Camera AG
การวางจำหน่าย & ราคา
Luna Ultra จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ทางหน้าร้าน Insta360 Brandshop ทุกสาขา และร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย และช่องทางออนไลน์ที่ Shopee – Tiktok Thailand Store โดย Insta360 Luna Ultra จะเปิดจำหน่ายรุ่น Standard Bundle ในราคา 23,999 บาท และ รุ่น Creator Bundle ราคา 29,999 บาท
