Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

หัวเว่ยจับมือ IUCN ร่วมอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในเอเชียแปซิฟิก ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี

HUAWEI IUCN join hands to preserve biodiversity in APAC with tech innovations

สิงคโปร์, 23 สิงหาคม 2564 – ณ งานประชุม TECH for a Better Planet Symposium ที่ผ่านมา ตัวแทนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่างหัวเว่ยและองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN – International Union for Conservation of Nature) ซึ่งเป็นองค์กรด้านการอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ชี้แจงว่าทั้งสององค์กรจะร่วมมือกันในการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันเพื่อส่งเสริมด้านการเปลี่ยนแปลงที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (green transformation) และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

งานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ร่วมกับหัวเว่ย ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU – International Telecommunication Union) นับว่าเป็นศูนย์รวมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดจากกลุ่มด้าน ICT และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การประชุมที่แบ่งเป็นสองส่วนนี้ได้มองหาแนวทางว่าเทคโนโลยีจะช่วยขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างความมั่นใจในการทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเรา เราจึงต้องตริตรองถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลกของเรา สังคม และตัวเราเอง พิจารณาลึกลงไปถึงความรุนแรงของปัญหาสิ่งแวดล้อม หัวเว่ยเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ และเรามุ่งมั่นที่จะส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่โลกที่ดีขึ้น” คุณเจย์ เฉิน รองประธานหัวเว่ย เอเชียแปซิฟิกกล่าว

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเป็นที่ตั้งของป่า ชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์กลางความหลากหลายของชีวภาพทางทะเลระดับโลก

และยังมี “พื้นที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity hotspot)” ถึง 17 แห่งจากที่มีอยู่ทั่วโลก 36 แห่งอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมายไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ดร. ดินโด คามปิลัน ผู้อำนวยการองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติในภูมิภาคเอเชีย (IUCN Regional Director for Asia) ชี้ว่า ในขณะนี้ IUCN กำลังริเริ่มความร่วมมือแบบเปิดที่เรียกว่า ‘Tech4nature’ ร่วมกับหัวเว่ย จุดประสงค์ของความร่วมมือครั้งนี้เพื่อควบคุมเทคโนโลยีใหม่ สนับสนุนให้เกิดผลการอนุรักษ์ที่ดีขึ้นทั้งในและรอบเขตอนุรักษ์ โดยความร่วมมือที่ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปีนี้จะเป็นการนำร่องสำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลและโซลูชันใหม่ ๆ ใน 5 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยและประเทศจีนด้วย

คุณแมตต์ วิลสัน ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Insights Director of Climate Tech) ของสมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม เพื่อผสานเทคโนโลยีหลายประเภทเข้ามาช่วยเหลือในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

“เมื่อโครงการได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยี ผู้ให้บริการเครือข่ายเคลื่อนที่ เช่น หัวเว่ย เราจึงได้เล็งเห็นโอกาสมากขึ้นในการประสานเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และยิ่งมีแนวโน้มว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเกิดใหม่อีกมากมาย เช่น การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เทคโนโลยีบล็อกเชน และอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าภาคเอกชนสามารถเข้ามามีบทบาทที่สำคัญมาก ๆ ในประเด็นนี้ได้”

องค์กร Rainforest Connection เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 ได้มีการประยุกต์ใช้โซลูชันด้านเสียง ซึ่งใช้เทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยอนุรักษ์ป่าดิบชื้น เพื่อป้องกันการตัดไม้อย่าง ผิดกฎหมาย และโซลูชันดังกล่าวได้ช่วยปกป้องโลกจากการตัดไม้ทำลายป่าและการรุกป่าล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย

“องค์กร Rainforest Connection ของเราได้ร่วมกับหัวเว่ยและอีกหลาย ๆ หน่วยงานทั่วโลก เพื่อทุ่มเทให้กับความพยายามอนุรักษ์และตรวจวัดความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยี AI และบิ๊กดาต้าเข้ามาช่วย ทำให้เราเห็นวิธีที่ธรรมชาติสื่อสารถึงกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจในการตรวจวัดความหลากหลายทางชีวภาพ” คุณโทเฟอร์ ไวต์ (Topher White) ผู้ก่อตั้งองค์กร Rainforest Connection กล่าว

ในประเทศฟิลิปปินส์ กรมสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของฟิลิปปินส์ (DENR), บริษัท Smart Communications ผู้ให้บริการเครือข่ายเคลื่อนที่และเครือข่ายไร้สายภายใต้บริษัทโทรคมนาคม PLDT, องค์กร Rainforest Connection และหัวเว่ย ได้ร่วมกันสร้างระบบผู้พิทักษ์ป่าดิบชื้นหรือ Rainforest Guardian ขึ้น เพื่อปกป้องอนุรักษ์ผืนป่าดิบชื้นในประเทศเช่นกัน

โดยระบบดังกล่าวทำงานด้วยแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งจะติดตามและบันทึกเสียงกิจกรรมที่เกิดจากมนุษย์ เช่น เสียงเลื่อยไม้ เสียงพาหนะต่าง ๆ รวมถึงจับตาดูข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมของสัตว์

“หนึ่งในสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจากความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยและ Smart Communications ก็คือเราสามารถใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อเข้ามาตรวจสอบพื้นที่อนุรักษ์ได้

เช่น การลดจำนวนลงของป่าโกงกางในเขตป่าดิบชื้น ด้วยชีวสวนศาสตร์ (bioacoustics) หรือศาสตร์ด้านการใช้เสียงของสิ่งมีชีวิต ทำให้เราสามารถเฝ้าดูและบันทึกเสียงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในป่าได้ เพื่อตรวจจับการตัดไม้และการล่าสัตว์ผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น ๆ และทำให้หน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายและชุมชนในท้องถิ่นสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที” เมลิซซา เวอร์เกล เดอ ดิออส (Melissa Vergel De Dios) รองประธานลำดับที่หนึ่งและหัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนของ PLDT กล่าว

“เทคโนโลยีช่วยให้เราเข้าใจและอนุรักษ์ธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น นี่คือแนวคิดของโครงการ ‘Tech4Nature’ ที่เราได้แบ่งปันร่วมกับทาง IUCN เพราะเทคโนโลยี ICT สามารถนำมาปรับใช้เพื่อเฝ้าดูและวิเคราะห์ถิ่นที่อยู่และความหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ และเชื่อมต่อภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้นได้” คุณเควิน จาง (Kevin Zhang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดด้านโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีของหัวเว่ย กล่าว

Exit mobile version