Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

Glass Imaging โชว์เทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพได้สวยขึ้น (มาก)

Glass Imaging show artificial intelligence to deliver DSLR quality to smartphones

(ซ้าย) ภาพที่ได้จากการเรนเดอร์เริ่มต้นของ iPhone 15 Pro Max ซูม 5 เท่า, (ขวา) ภาพเดียวกันที่ได้จากการใช้ GlassAI เครดิต: Glass Imaging

กล้องสมาร์ทโฟนในปัจจุบันค่อนข้างก้าวหน้า แต่ซอฟต์แวร์ที่มากับกล้องทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพสูงสุดของตนได้ นั่นเป็นสาเหตุทำให้ Glass Imaging บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งใน Silicon Valley ค้นพบการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยให้ภาพจากกล้องสมาร์ทโฟนได้คุณภพาเทียบเท่ากับกล้อง DSLR

โดยบริษัทได้เลือกใช้ iPhone 15 Pro Max เพื่อสาธิตวิธีที่ ‘Glass AI’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท สามารถช่วยให้ฮาร์ดแวร์กล้องมือถือที่ดีถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้นไปอีกได้อย่างไร

ในบล็อกโพสต์ล่าสุด Glass Imaging ได้มีการเปรียบเทียบภาพถ่ายปกติของ iPhone 15 Pro Max กับสิ่งที่เทียบเท่าซึ่งขับเคลื่อนโดย AI

ตัวอย่างภาพหนึ่งในนั้นจะเห็นว่า กระดุมบนเสื้อผ้ามีความชัดเจนยิ่งขึ้น และเนื้อผ้าที่อยู่รอบ ๆ กระดุมก็เปลี่ยนจากสีฟ้าหม่นมัว ๆ ให้กลายเป็นเนื้อผ้าที่มองเห็นรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น

หรืออีกภาพหนึ่งที่แสดงให้ตัวอักษรบนเครื่องบดกาแฟที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีน้อยส์และความผิดเพี้ยนลดลงอย่างชัดเจน สามารถอ่านข้อความที่ปรากฏอยู่ได้อย่างชัดเจน หรืออีกภาพที่โชว์ให้เห็นลวดลาย และเข็มปักหมุดไว้บนกระดานข่าว ก็ยังได้รับการปรับปรุงทั้งในด้านความอิ่มตัวของสีและความชัดเจนของลายเส้น

(ซ้าย) ภาพที่ได้จากการเรนเดอร์เริ่มต้นของ iPhone 15 Pro Max ซูม 5 เท่า, (ขวา) ภาพเดียวกันที่ได้จากการใช้ GlassAI เครดิต: Glass Imaging

แต่มันทำงานอย่างไร? ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในลอส อัลโตส ทีมงาน Glass Imaging ได้พัฒนาชุดโครงข่ายประสาทเทียมแบบกำหนดเองสำหรับกล้องแต่ละตัวที่ติดตั้งในสมาร์ทโฟนรุ่นใดรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะ ได้แก่ ชุดหนึ่งสำหรับการถ่ายภาพแสงน้อย ชุดหนึ่งสำหรับการถ่ายภาพที่มีแสงจ้า และอีกชุดหนึ่งสำหรับการถ่ายภาพความละเอียดสูงหรือมีการซูมเข้าหลายเท่า (โดย iPhone 15 Pro Max มีกล้องหลัก กล้องมุมกว้างพิเศษ และเลนส์เทเลโฟโต้ ซึ่งมีโครงข่ายประสาทเทียมทั้งหมด 9 ชุด)

(ซ้าย) ภาพที่ได้จากการเรนเดอร์เริ่มต้นของ iPhone 15 Pro Max ซูม 5 เท่า, (ขวา) ภาพเดียวกันที่ได้จากการใช้ GlassAI เครดิต: Glass Imaging

จากนั้นทีมงานได้ทำการถ่ายโอนเครือข่ายข้อมูลเหล่านั้นไปยังชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เมื่อมีคนถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์ที่ได้รับการดัดแปลง ‘Glass AI’ ซึ่งเป็นคำเรียกทั่วไปสำหรับโครงข่ายประสาทเทียมที่กล่าวมาข้างต้น จะอาศัยการซ้อนภาพในรูปแบบ RAW จำนวนมาก แก้ไขความคลาดเคลื่อนของแสง และรวมภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่ผ่านการประมวลผลแล้วให้เหลือเพียงภาพเดียว

ผลลัพธ์คือได้ภาพถ่ายที่คมชัดขึ้น สีสันอิ่มตัวมากขึ้น และมีแสงสว่างสม่ำเสมอมากกว่าภาพเดียวกันที่ได้จากซอฟต์แวร์กล้องเดิม ๆ ของเครื่อง

บริษัทเผยว่านี่ไม่ใช่กรณีของการถ่ายภาพที่ได้รับความช่วยเหลือจาก AI ทั้งหมด Glass AI ไม่ได้ทำอะไรขึ้นมา มันเป็นเพียงการเสริมการทำงานของซอฟต์แวร์ที่อยู่ในโทรศัพท์เพื่อเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของฮาร์ดแวร์ออกมา

เพื่อความชัดเจน ดั๊ก แมคอีเวน วิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสของบริษัท Glass Imaging ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเลนส์ซูม 5 เท่าของ iPhone 15 Pro Max นั้นโดดเด่นด้วยคุณสมบัติทางเทคนิคที่น่าประทับใจ เขากล่าวว่าเป็นเพียงว่าตัวฮาร์ดแวร์ถูก “จำกัด” โดยซอฟต์แวร์ที่มาคู่กันเท่านั้นเอง

“ดูเหมือนว่า Apple ก็น่าจะรวมโครงข่ายประสาทเทียมเข้ากับส่วนประกอบการประมวลผลภาพบางส่วนของ iPhone” แมคอีเวน ได้เขียนบรรยายเอาไว้ในบล็อกของ Glass Imaging

“อย่างไรก็ตาม ยังคงมีช่องว่างสำหรับการปรับปรุงอยู่ เนื่องจากในบางสถานการณ์ข้อบกพร่องจะปรากฏชัดเจน การออกแบบโครงข่ายประสาทเทียมเดิมนั้นยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติหรือรายละเอียดที่ ‘ดูหลอนผิดธรรมชาติ’ อยู่บ้าง ทว่าที่ Glass เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างความมั่นใจว่าโครงข่ายประสาทเทียมของเราได้รับการฝึกฝนให้สร้างรายละเอียดที่สมจริงได้อย่างแม่นยำ”

เทคโนโลยี Glass AI ไม่ได้คิดค้นมาเพื่อให้บริการแบบสาธารณะทั่วไป แต่บริษัทต้องการร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต (OEM) เพื่อใช้เครือข่ายข้อมูลดังกล่าวก่อนที่จะมีการเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่


ที่มา: extremetech

Exit mobile version