ปี 2024 เป็นปีที่ตลาดหูฟังและเครื่องเสียงแบบตั้งโต๊ะคึกคักมาก และ FiiO K17 แอมป์หูฟังรุ่นใหม่ของ FiiO ก็พร้อมเปิดตัวในงาน CES 2025
FiiO ประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2024 ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่าสิบรายการ รวมถึงเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตพกพารุ่นแรก เครื่องเล่นซีดีและเครื่องเล่นแผ่นเสียง โดยผลิตภัณฑ์ใหม่เกือบทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคที่ต้องการประสิทธิภาพและการเชื่อมต่อในราคาที่ย่อมเยา
FiiO K17 เป็นเครื่องขยายเสียงหูฟังที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานหูฟังครอบคลุมหลากหลายประเภทที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดีกว่า สามารถเลือกใช้งาน PEQ (Global 31-band professional-grade high-precision lossless PEQ) แบบกำหนดเองได้ โดยคุณสมบัตินี้นำมาจากรุ่นเรือธงอย่าง FiiO K19
นอกจากนั้น FiiO K17 ยังสามารถเล่นเพลงจากสตรีมมิ่ง (Ethernet, Dual-band 2.4G/5G Wi-Fi + 1000M), บลูทูธ (SBC, AAC, LDAC, aptX, aptX LL, aptX HD, and aptX Adaptive), การเชื่อมต่อทาง USB (เล่นไฟล์เพลงใน USB Storage) และอินพุต USB Type-C ได้ (รองรับ 32bit/384kHz) พร้อมทั้งยังสามารถควบคุมและแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 3.93 นิ้วบนแผงหน้าปัดของเครื่อง
ในด้านการเชื่อมต่อ FiiO K17 มีช่องอินพุตรับสัญญาณอะนาล็อก RCA และ 4.4mm, อินพุตรับสัญญาณดิจิทัล coaxial และ optical ด้านขั้วต่อสัญญาณเอาต์พุตมีขั้วต่อสัญญาณอะนาล็อกไลน์เอาต์ RCA และบาลานซ์ XLR รวมทั้งขั้วต่อสัญญาณดิจิทัลเอาต์ coaxial และ optical
ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับรีโมตคอนโทรลไร้สายสำหรับควบคุมสั่งงานฟังก์ชันหลัก ๆ ขณะที่แอปฯ FiiO Control (iOS, Android) นั้นรองรับการควคุมสั่งงานรวมถึงการตั้งค่าในส่วนอื่น ๆ
หน้าจอสัมผัสบนตัวเครื่องแสดงข้อมูลสถานะต่าง ๆ และตัวเลือกการแสดงผลวียูมิเตอร์สุดคลาสิกแบบย้อนยุค นอกจากการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟังแล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงที่มีแอมป์ในตัว หรือระบบเสียงไฮไฟแบบแยกชิ้นได้
วงจรขยายเสียงในตัว FiiO K17 เป็นวงจรแบบ Fully Balanced ภาคขยายเสียง Class-AB แบบดีสครีตทรานซิสเตอร์ กำลังขับ 4000mW + 4000mW
สำหรับวงจรแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอะนาล็อกเลือกใช้ชิปรุ่นเรือธงของ AKM ประกอบไปด้วย AK4191 และ AK4499EX จำนวนสองตัว ทำงานร่วมกับออสซิเลเตอร์สัญญาณรบกวนต่ำ ความแม่นยำสูงระดับเฟมโตวินาทีแยกสามชุด สนับสนุนด้วยวงจรภาคจ่ายไฟแบบลิเนียร์สัญญาณรบกวนต่ำ 35W
FiiO K17 เปิดตัวในราคา $899.99 หรือประมาณ 32,000 บาท และคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนมกราคม 2025
ที่มา: ecoustics
