หลังจากที่ Bose ได้เข้าซื้อกิจการ McIntosh และ Sonus faber ในปี 2024 บริษัทกำลังดำเนินการอย่างรอบคอบอีกครั้งในธุรกิจเครื่องเสียงเชื่อมต่อ (เครื่องเสียงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อ) ด้วยการเข้าซื้อกิจการของ StreamUnlimited
StreamUnlimited Engineering GmbH คือบริษัทในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ/จัดหาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ โมดูลฮาร์ดแวร์ แอปพลิเคชัน สำหรับระบบเสียงสตรีมมิง รวมถึงการสนับสนุนด้านวิศวกรรมสำหรับผู้ผลิตเครื่องเสียงและระบบสมาร์ทโฮม
นี่ไม่ใช่แค่การที่ Bose ซื้อซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนเพิ่มอีกราย ทว่า StreamUnlimited ได้ถ่ายทอดสิ่งที่สำคัญกว่านั้นให้กับ Bose นั่นคือโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์และการรับรองที่จำเป็นต่อการสร้าง สนับสนุน และอาจรวมถึงการให้สิทธิ์ใช้งานผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงเชื่อมต่อในหลายแบรนด์และหลายประเภท
สิ่งนี้สำคัญสำหรับ Bose แต่ก็อาจสำคัญยิ่งกว่าสำหรับ McIntosh และ Sonus faber สองแบรนด์เครื่องเสียงระดับพรีเมียมที่ต้องการระบบนิเวศการสตรีมมิงที่แข็งแกร่งกว่านี้ หากต้องการแข่งขันในตลาดที่ถูกปูพื้นฐานโดย BluOS, Sonos, HEOS, WiiM, AirPlay, Google Cast, Spotify Connect, TIDAL Connect, Qobuz Connect และ Roon มากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อตกลงนี้ยังเปิดโอกาสให้ Bose สามารถผสานเทคโนโลยีเสียงที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง รวมถึง Sound by Bose และ Bose WaveForm Audio Engine เข้ากับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นอกเหนือจากลำโพงและหูฟังของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงลำโพงอัจฉริยะ ซาวด์บาร์ ระบบมัลติรูม อุปกรณ์พกพา อุปกรณ์สวมใส่ ระบบเสียงในรถยนต์ และผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อจากบริษัทอื่น ๆ
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า Bose ไม่ได้แค่ต้องการสินค้ามาวางขายเท่านั้น แต่กำลังซื้อโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อให้เทคโนโลยีเสียงของตนเองสามารถขยับขยายไปได้ไกลยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมาเทคโนโลยี Sound by Bose ถูกนำไปใช้ในโปรเจคเตอร์ Epson Lifestudio ซึ่งตัวอย่างปัจจุบันของกลยุทธ์ Sound by Bose ของ Bose มีให้เห็นแล้วในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ โปรเจคเตอร์ Epson Lifestudio และหูฟัง Skullcandy Method 360 ANC ซึ่งในทั้งสองกรณี Bose ไม่ได้ขายลำโพงหรือหูฟังแบรนด์ Bose ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์การปรับแต่งเสียง การออกแบบอะคูสติก และความน่าเชื่อถือด้านประสิทธิภาพของตนเองในผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการเสียงที่ดีกว่าเพื่อความโดดเด่น
นั่นทำให้การเข้าซื้อกิจการ StreamUnlimited น่าสนใจยิ่งขึ้น หาก Bose สามารถผสาน Sound by Bose กับซอฟต์แวร์สตรีมมิง เฟรมเวิร์กแอปฯ โมดูลฮาร์ดแวร์ งานรับรองลิขสิทธิ์ และวิศวกรรมเสียงระบบเชื่อมต่อของ StreamUnlimited ได้ บริษัทก็จะมีเส้นทางที่กว้างขึ้นในการขยายธุรกิจไปไกลกว่าผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมาความร่วมมือกับ Epson และ Skullcandy ได้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์พื้นฐานนี้แล้ว และ StreamUnlimited อาจช่วยขยายขนาดกลยุทธ์นี้ได้
“เมื่อระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันขยายตัวและซับซ้อนมากขึ้น วิธีที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของมูลค่า” นิค สมิธ ประธานของ Bose Audio Technology และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์เผย
“StreamUnlimited ได้สร้างรากฐานที่น่าเชื่อถือในการร่วมมือกันครั้งนี้ เราตื่นเต้นที่จะต้อนรับทีมงานของพวกเขาเข้าสู่ Bose ในขณะที่เรานำความสามารถของเราไปสู่พันธมิตร ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น”
ขณะที่ ฟริตส์ วิทเกรเฟ ซีอีโอของ StreamUnlimited เผยว่า “เรารอคอยที่จะร่วมมือกับ Bose เพื่อขยายเทคโนโลยีของ StreamUnlimited และเร่งการพัฒนาประสบการณ์เสียงอัจฉริยะใหม่ ๆ สำหรับลูกค้าของเรา”
มาร์คุส รุตซ์ ซีทีโอของ StreamUnlimited กล่าวเสริมว่า “มีโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการจัดการระบบเสียงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแพลตฟอร์มของเรา ทำให้ระบบนิเวศเสียงมีความราบรื่น ปรับตัวได้ และขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น
สิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้เข้าถึงเทคโนโลยี บริการ และความสามารถในการสตรีมมิ่งใหม่ ๆ ได้กว้างขึ้น และทำให้เราพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง”
StreamUnlimited จะยังคงให้การสนับสนุนลูกค้าทั้งปัจจุบันและลูกค้าใหม่ พร้อมทั้งขยายความเชี่ยวชาญไปยังตลาดใหม่ ๆ โซลูชันของบริษัทจะยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ สามารถทำงานร่วมกันได้ และเปิดกว้างสำหรับการบูรณาการกับเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และระบบนิเวศของบุคคลที่สาม
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงเงื่อนไขทางการเงินและเงื่อนไขอื่น ๆ ในการทำธุรกรรม ยังคงเป็นความลับในขณะนี้
การที่ Bose เข้าซื้อกิจการ StreamUnlimited ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยน McIntosh และ Sonus faber ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ Bose ที่ผ่านมาทั้งสองแบรนด์ยังคงดำเนินไปตามเส้นทางเดิมของตนเองคือเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์
สิ่งที่ข้อตกลงนี้มอบให้ Bose คือสิ่งที่สำคัญกว่านั้นในเชิงกลยุทธ์ นั่นคือ ซอฟต์แวร์ การสตรีมมิง แอปพลิเคชัน การรับรองลิขสิทธิ์ในเทคโนโลยี โมดูลฮาร์ดแวร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิศวกรรมที่จำเป็นต่อการแข่งขันในตลาดเครื่องเสียงเชื่อมต่อในระดับที่ใหญ่ขึ้น
สิ่งนี้มีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Bose ซึ่งจะทำให้ Bose มีแต้มต่อมากขึ้นในการแข่งขันบนแพลตฟอร์มเบื้องที่จะเป็นหัวใจสำคัญของลำโพงอัจฉริยะ ซาวด์บาร์ หูฟัง อุปกรณ์สวมใส่ ระบบในรถยนต์ และผลิตภัณฑ์จากบริษัทอื่นที่ใช้ Sound by Bose
สำหรับ McIntosh จะได้รับประโยชน์จากแอมพลิฟายเออร์ สตรีมมิง ปรีแอมป์ และระบบในรถยนต์ที่เชื่อมต่อได้ดียิ่งขึ้นโดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ของตนเอง
ส่วน Sonus faber จะมีเส้นทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นไปสู่ผลิตภัณฑ์แบบแอคทีฟ ผลิตภัณฑ์แบบไร้สาย และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นผลิตภัณฑ์จาก Sonus faber ไม่ใช่กล่องที่ควบคุมด้วยแอปพลิเคชันที่ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มุมมองด้าน AI เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด StreamUnlimited มอบรากฐานให้ Bose สำหรับประสบการณ์เสียงที่ปรับเปลี่ยนได้ตามแต่ละบุคคล รองรับการสั่งงานด้วยเสียง และขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น
นั่นไม่ได้หมายความว่า Bose ซื้อบริษัท AI หรือว่า Bose จะมาแข่งกับ BluOS, Sonos, HEOS หรือ WiiM ในวันพรุ่งนี้ แต่หมายความว่าตอนนี้ Bose เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการสร้าง พัฒนา หรือฝังเทคโนโลยีของตนลงในผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นได้มากขึ้นแล้ว
Bose ไม่ได้แค่ไล่ตามลำโพงหรือหูฟังรุ่นใหม่ ๆ อีกต่อไป แต่กำลังสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีเสียงที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งสามารถใช้งานได้ในผลิตภัณฑ์ของตนเอง ในแบรนด์หรู และผลิตภัณฑ์ของพันธมิตรบุคคลที่สาม นั่นคือเหตุผลที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้
ที่มา: ecoustics
