ไม่บ่อยครั้งนักที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ต้องออกมายอมรับผิด แต่จากเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไปในปีค.ศ. 2017 หลังจากที่มีคนพบว่าบริษัท Apple ได้แอบทำการควบคุมความเร็วของ iPhone รุ่นเก่าอย่างเงียบ ๆ
ซึ่ง Apple ได้ออกมาอธิบายว่าการทำเช่นนั้นแท้จริงแล้วเป็นความตั้งใจที่ดี เพราะแบตเตอรี่ในไอโฟนรุ่นเก่าที่เริ่มเสื่อมแล้ว หากไม่ทำการลดความเร็วของชิปประมวลผลในระหว่างการใช้งานอาจทำให้เกิดปัญหาเครื่องดับได้
นอกจากนั้นแล้ว Apple ยังได้เสนอนโยบายเปลื่ยนแบตเตอรี่ให้ใหม่ในราคาย่อมเยา $29 เพื่อบรรเทาความไม่พึงพอใจของลูกค้า อย่างไรก็ดีก็ยังมีกรณีที่ Apple ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Apple ก็เพิ่งจ่ายค่ายุติข้อพิพาทไป 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ล่าสุด Apple ได้บรรลุข้อตกลงในการจ่ายค่ายุติข้อพิพาทเพิ่มเติมในกรณีถูกฟ้องร้องเพิ่มเติมอีก 34 รัฐในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนเงิน 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทนายความทั่วไปของรัฐได้ฟ้อง Apple ว่าได้แอบซ่อนทั้งการควบคุมสมรรถนะการทำงานของเครื่องและการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ไม่ให้เจ้าของได้ทราบ
อีกทั้งยังอ้างว่า Apple “เข้าใจอย่างถ่องแท้” ว่าการปกปิดปัญหาเหล่านั้นทำให้บริษัทสามารถหารายได้จากลูกค้าที่คิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องซื้อไอโฟนเครื่องใหม่แล้วอย่างน้อยก็เป็นเวลาหนึ่งปี ทั้งที่สิ่งที่พวกเขาควรทำนั้นมีเพียงแค่การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เท่านั้นเอง เพื่อป้องกันเครื่องดับเองหรือถูกลดสมรรถนะลง
แน่นอนว่า Apple ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและได้ขอยุติข้อพิพาท หมายความว่าศาลจะไม่ตัดสินว่ามีการกระทำผิดจริงหรือไม่
ข้อตกลงนี้ดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างสมบูรณ์จากผู้พิพากษา กระบวนการนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ มีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ในวันที่ 4 ธันวาคมซึ่งจะตัดสินว่าข้อยุติได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมหรือไม่
ที่มา: The Verge
