เปิดตัว Apple Watch Series 10 มาในดีไซน์ที่บางลง จอภาพที่ใหญ่ขึ้น การชาร์จที่เร็วขึ้น เพิ่มคุณสมบัติวัดความลึกและอุณหภูมิน้ำ
Apple เผยโฉม Apple Watch Series 10 ที่มาพร้อมดีไซน์ที่คิดมาอย่างละเอียดและนำความสามารถใหม่ ๆ มาสู่นาฬิกาที่เรียบหรูยิ่งกว่าเดิม Apple Watch Series 10 เป็น Apple Watch ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา จึงใส่สบายยิ่งกว่าที่เคย
และยังมาพร้อมจอภาพที่ใหญ่ที่สุดและล้ำหน้าที่สุดในบรรดา Apple Watch ทั้งหมด นอกจากนั้นยังมาพร้อม การชาร์จที่เร็วขึ้น การวัดความลึกและอุณหภูมิน้ำ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและฟิตเนสใหม่ ๆ และความชาญฉลาดที่มากับ watchOS 11
Apple Watch Series 10 มีให้เลือกทั้งแบบอะลูมิเนียมและไทเทเนียมในหลากหลายสีสันและผิวสัมผัสที่สวยงามโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นสีดำเจ็ทแบล็คในผิวสัมผัสอะลูมิเนียมแบบขัดเงาใหม่ที่ทั้งเพรียวบางและแวววาวสะดุดตา หรือจะเป็นตัวเรือนไทเทเนียมใหม่ในสีธรรมชาติ สีทอง และสีเทาสเลท ผลิตภัณฑ์ Apple Watch ใหม่พร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเร็ว ๆ นี้
![]()
Apple Watch Series 10 นั้นบางกว่า Apple Watch Series 7, Series 8 และ Series 9 เกือบ 10% ซึ่งนอกจากจะมีครบทุกความสามารถจากรุ่นก่อนหน้าแล้ว ยังมีคุณสมบัติใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาโดยที่แบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้นานตลอดวันสูงสุด 18 ชั่วโมงเช่นเคย ฝาหลังที่ผลิตจากโลหะสุดล้ำได้ผสานเสาอากาศเข้ากับฝาครอบตัวเรือน เพื่อรวมส่วนประกอบทั้งสองชั้นเป็นหนึ่งเดียว โดยที่วัสดุ ผิวสัมผัส ตลอดจนสีของฝาหลังนั้นเข้ากับส่วนที่เหลือของตัวเรือนอย่างลงตัว จนดูเหมือนว่านาฬิกาเรือนนี้ผลิตขึ้นจากโลหะชิ้นเดียว
SiP รุ่น S10 ใหม่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่บางลง ทั้งยังออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และความชาญฉลาดอีกด้วย ซึ่ง SiP รุ่น S10 และ Neural Engine แบบ 4-core ในตัวนี่แหละที่เป็นขุมพลังขับเคลื่อนคุณสมบัติอันชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง”, Siri บนอุปกรณ์, การป้อนตามคำบอก หรือการตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ
ตลอดจนคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ๆ อย่างการตรวจจับการชนกันและการตรวจจับการล้ม รวมไปถึงวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะที่อัปเดตใหม่ หน้าปัดรูปภาพที่ออกแบบมาใหม่ และแอปแปลภาษาใน watchOS 11
![]()
นอกจากจะบางลงแล้ว ตัวเรือนของ Apple Watch Series 10 ยังเบาขึ้นด้วย โดยตัวเรือนอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบากว่า Series 9 สูงสุด 10% ในขณะที่ตัวเรือนไทเทเนียมนั้นมีน้ำหนักเบากว่า Series 9 ตัวเรือนสแตนเลสสตีลเกือบ 20% ตัวเรือนยังมีมุมมนที่โค้งมนยิ่งขึ้นและอัตราส่วนภาพที่กว้างขึ้น ซึ่งทำให้จอภาพมีพื้นที่มากขึ้นโดยที่ตัวเรือนมีขนาดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ตัวเรือนใหม่จึงมาในขนาด 42 มม. และ 46 มม.
นอกจากนั้น Apple Watch Series 10 ยังเป็นผลิตภัณฑ์ Apple รุ่นแรกที่มีจอภาพ OLED แบบมุมกว้างสุดล้ำ จอภาพจึงสว่างกว่า Series 9 สูงสุด 40% เมื่อมองจากด้านข้าง และอ่านได้ง่ายขึ้นเพียงแค่เหลือบมอง
นอกจากนี้ จอภาพ OLED แบบมุมกว้างยังประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม ซึ่งทำให้อัตรารีเฟรชขณะอยู่ในโหมดการแสดงผลแบบติดตลอดเร็วขึ้นจากทุก 1 นาทีเป็นทุก 1 วินาที วันนี้ ผู้ใช้จึงเห็นการเคลื่อนที่ของเข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาบางแบบได้แล้วโดยไม่ต้องยกข้อมือขึ้นมา
![]()
หน้าปัดนาฬิกาใหม่ใน watchOS 11 ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากจอภาพที่ใหญ่ขึ้นและอัตรารีเฟรชที่เร็วขึ้นบน Apple Watch Series 10 โดยหน้าปัดนาฬิกาฟลักซ์มาพร้อมดีไซน์กราฟิกสุดโดดเด่นที่จะเติมเต็มหน้าจอด้วยสีที่เปลี่ยนไปในแต่ละวินาที ส่วนหน้าปัดนาฬิกาสะท้อนแสงนั้นมาพร้อมหน้าปัดที่เปล่งประกายโดดเด่นซึ่งจะค่อย ๆ ตอบรับกับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ โดยเป็นหน้าปัดที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับตัวเรือนไทเทเนียมใหม่ที่มีความแวววาว
ฝาหลังโลหะแบบใหม่ของ Apple Watch Series 10 มาพร้อมขดลวดสำหรับการชาร์จที่ใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ Series 10 เป็น Apple Watch ที่ชาร์จเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา การชาร์จ 15 นาทีช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน หรือชาร์จ 8 นาทีเพื่อติดตามการติดตามการนอนหลับได้สูงสุด 8 ชั่วโมง และการชาร์จเร็วยังทำให้ผู้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ได้สูงสุด 80% ในเวลาประมาณ 30 นาที
Apple Watch เหมาะสำหรับกิจกรรมทางน้ำและรอบ ๆ แหล่งน้ำด้วยดีไซน์กันน้ำขณะว่ายน้ำที่มีความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ 50 เมตร การตรวจจับท่าว่ายน้ำอัตโนมัติ การนับรอบ และวันนี้ watchOS 11 ยังมาพร้อมการออกกำลังกายแบบกำหนดเองสำหรับการว่ายน้ำในสระอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีตัววัดความลึกและเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำใหม่ที่ทำให้ Apple Watch Series 10 เป็นคู่หูที่ลงตัวยิ่งขึ้นเมื่อผู้ใช้พร้อมลุยกิจกรรมทางน้ำ
ตัววัดความลึกใหม่สามารถวัดใต้ผิวน้ำได้ลึกถึง 6 เมตร จึงเหมาะสำหรับดำน้ำสนอร์เกิลและดำน้ำตื้น หรือจะใส่ว่ายเล่นในสระ ทะเลสาบ หรือทะเลก็ทำได้ นอกจากนี้ เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำใหม่ยังสามารถวัดอุณหภูมิน้ำได้ทันทีที่ Apple Watch อยู่ใต้ผิวน้ำ ส่วนแอปความลึกในตัวก็สามารถอ่านได้อย่างชัดเจนเมื่ออยู่ใต้น้ำ โดยจะแสดงเวลา ความลึกปัจจุบัน อุณหภูมิของน้ำ ระยะเวลาที่อยู่ใต้น้ำ และความลึกสูงสุด
รวมถึงมีตัวเลือกให้เปิดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อ Apple Watch อยู่ใต้ผิวน้ำ และตัวชี้วัดการออกกำลังกายยังแสดงอุณหภูมิของน้ำระหว่างการว่ายน้ำออกกำลังกายในสระและแหล่งน้ำเปิดได้อีกด้วย
![]()
นอกจากนั้นลำโพงในตัวของ Apple Watch Series 10 สามารถเล่นเสียงได้โดยตรงแล้ว โดยผู้ใช้สามารถฟังเสียงจากแอปต่าง ๆ มากมาย เช่น Apple Music, Apple Podcasts, Apple Books และแอปของบริษัทอื่น ๆ จาก Apple Watch ได้เลยเช่นเดียวกับการโทรเข้าออก
Apple Watch Series 10 ยังใช้โครงข่ายประสาทสำหรับแยกเสียงใหม่ที่ทำงานบน Neural Engine แบบ 4-core เพื่อลดเสียงรบกวนรอบข้างในขณะคุยโทรศัพท์หรือโทร FaceTime แบบเสียง ดังนั้นปลายสายจึงได้ยินเสียงของผู้ใช้ที่ใสและคมชัด แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
ราคาและการวางจำหน่าย
ลูกค้าในออสเตรเลีย, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา รวมถึงอีก 49 ประเทศและภูมิภาคสามารถสั่งซื้อ Apple Watch SE ล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ และจะวางจำหน่ายในร้านเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 กันยายน สำหรับ Apple Watch Series 10 จะเปิดให้สั่งซื้อเร็ว ๆ นี้
Apple Watch Series 10 ราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท
Apple Watch SE วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 7,900 บาท
สาย Apple Watch ใหม่พร้อมให้สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ทาง apple.com/th/store และในแอป Apple Store โดยจะวางจำหน่ายในร้านเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 กันยายน