รีวิว HONOR X7, HONOR X8 “สมาร์ทโฟน HONOR ที่เราคุ้นเคย กับหน้าจอ 90Hz พร้อมกล้องและสเปคฯ คุ้มราคา”
HONOR X7 และ HONOR X8 เป็นสมาร์ทโฟนสองในสามรุ่นของ HONOR X Series ที่ทางออเนอร์ (HONOR) เลือกมาเปิดตลาดในปี 2022 ในคอนเซปท์ “GO BEYOND” ต้อนรับการกลับมาของแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีภาพลักษณ์ของความคุ้มค่า มีสมรรถนะที่ดีพอสำหรับการใช้งานจริง และราคาจับต้องได้ง่าย
ปัจจุบัน HONOR ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนในส่วนขององค์กรภายในกลับมาทำตลาดในประเทศไทยอีกครั้งโดยชูจุดเด่น HONOR X Series ว่าเป็นสมาร์ทโฟนสเปคฯ แรง ในราคาต่ำหมื่น พร้อมโปรโมชันและบริการหลังการขายที่ถือว่าสตรอง น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ได้พอสมควร
คุณสมบัติและการออกแบบ
HONOR X Series นั้นมาพร้อมกับจุดขายทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตสมัยใหม่ หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชสูง รวมถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ พร้อมระบบชาร์จไฟที่รองรับการชาร์จเร็ว
โดย HONOR X7 นั้นมาพร้อมกับจอแสดงผล HONOR FullView Display ขนาดใหญ่ 6.74 นิ้ว เป็นจอ IPS LCD ความละเอียด 1,600 x 720 (HD+, 260ppi) ให้การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลด้วยอัตราการรีเฟรชสูงสุด 90Hz ชิปประมวลผลเลือกใช้งานชิป Snapdragon 680 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีชิปเซ็ต 6nm ซึ่งมีสมรรถนะสูงและยังใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี HONOR RAM Turbo เพิ่มประสิทธิภาพเสมือนมีหน่วยความจำ RAM เพิ่มเป็น 6GB (จากปกติ 4GB) จึงให้สมรรถนะเร็ว แรง และประหยัดพลังงานในเวลาเดียวกัน สามารถตอบสนองเกมเมอร์สายประหยัดได้อย่างลงตัว แบตเตอรี่ในตัวมีความจุ 5,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HONOR SuperCharge 22.5W ทางพอร์ต USB-C
HONOR X7 มาพร้อมกล้องหลัง AI Camera ระบบ 4 กล้อง ประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงสุด 48MP (รูรับแสง f/1.8), กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ 5MP (รูรับแสง f/2.2), กล้องเลนส์มาโคร 2MP (รูรับแสง f/2.4) และกล้องโบเก้ 2MP (รูรับแสง f/2.4) สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียด 8MP (รูรับแสง f/2.0)

สำหรับ HONOR X8 ที่มีสเปคฯ ขยับขึ้นมาอีกระดับ มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบหรูและสลิม หน้าจอแสดงผล HONOR FullView Display ขนาด 6.7 นิ้ว เป็นจอ IPS LCD ความละเอียด 2,388 x 1,080 (FHD+, 391ppi) รองรับการแสดงผลที่รีเฟรชสูงสุด 90Hz และเลือกใช้ชิป Snapdragon 680 เช่นกัน
ขณะเดียวกันด้วยเทคโนโลยี HONOR RAM Turbo ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ HONOR X8 เสมือนมีหน่วยความจำ RAM เพิ่มเป็น 8GB (จากปกติ 6GB) ขณะที่แบตเตอรี่ในตัวมีความจุ 4,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HONOR SuperCharge 22.5W ทางพอร์ต USB-C
สำหรับระบบกล้อง HONOR X8 มาพร้อมกล้องหลัง AI Camera แบบ 4 กล้องเช่นกัน โดยอัปเกรดกล้องหลักให้มีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 64MP นอกจากนั้นยังได้อัปเกรดกล้องหน้าเป็น 16MP และเป็นโมดูลกล้องหน้าที่ใช้พื้นที่บนหน้าจอน้อยมากเพราะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนหน้าจอเท่านั้นเอง
HONOR X7 และ HONOR X8 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Magic UI4.2 ของ HONOR ซึ่งครอบบน Android 11 อีกที สามารถเข้าถึงและใช้งานในส่วนของ GMS หรือ Google Mobile Service ได้ไม่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป
ในด้านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของออเนอร์ทั้งสองรุ่นรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi 5 และ Bluetooth 5.1 รวมทั้งการเชื่อมต่อทางช่องเสียบหูฟัง 3.5mm และพอร์ต USB-C
HONOR X7 เปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 6,299 บาท พร้อมสเปคฯ หน่วยความจำ 4GB พื้นที่ความจุภายใน 128GB มีตัวเลือก 3 สีได้แก่ Ocean Blue, Midnight Black และ Titanium Silver
ขณะที่ HONOR X8 เปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 7,999 บาท พร้อมสเปคฯ หน่วยความจำ 6GB พื้นที่ความจุภายใน 128GB มีตัวเลือก 3 สีได้แก่ Ocean Blue, Midnight Black และ Titanium Silver
สมรรถนะและการใช้งานทั่วไป
HONOR X7 มาพร้อมกับดีไซน์ฝาหลังขอบโค้ง ขนาดตัวเครื่อง 167.6 x 77.2 x 8.6 mm น้ำหนัก 198 กรัม เครื่องที่เรานำมารีวิวนี้เป็นสี Midnight Black
สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวเครื่องได้แก่ อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ HONOR SuperCharge 22.5W, สายชาร์จ USB-C (USB-A to USB-C), เข็มปลดถาดซิม, เคสใส TPU และแผ่นฟิล์มกันรอยหน้าจอที่ติดมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน
HONOR X7 เป็นโทรศัพท์มือถือ 4G LTE สองซิม (นาโนซิม) ที่สามารถเพิ่มความจุข้อมูลได้ด้วย microSD card โดยแชร์พื้นที่กับช่องใส่ซิมที่สองในถาดซิมแบบไฮบริด การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันจัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่ขนาดเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป พกพาง่ายไม่ลำบาก แบตเตอรี่ก็มีความอึดทนทานเหมือนกับสมาร์ทโฟนออเนอร์ที่เราคุ้นเคย
ด้านสมรรถนะทั่วไปมีความลื่นไหลในการใช้งานดีเกินราคา สามารถตอบสนองการใช้งานทั่วไปหรือความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานโซเชียลมีเดียทั่วไป การสตรีมวิดีโอ หรือการเล่นเกมทั่ว ๆ ไป จอ 90Hz มีความลื่นไหลของภาพน่าประทับใจเลยทีเดียว
อินเทอร์เฟซต่าง ๆ ใน Magic UI4.2 ของ HONOR นั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างเรียบง่าย ใช้งานสะดวกไม่ซับซ้อน การควบคุมสั่งงานแบบ gesture และการแค็ปเจอร์หน้าจอโดยการเขกด้วยหลังมือนั้นใครได้ลองใช้งานจนคุ้มมือแล้วจะชอบแน่ ๆ สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังรวมอยู่กับปุ่ม POWER/LOCK SCREEN ที่ด้านข้างตัวเครื่องทำงานได้รวดเร็วฉับไว
ชุดกล้องหลังสามารถใช้ถ่ายในสถานการณ์ทั่วไปได้ดีพอสมควร ทว่าในสภาพแสงน้อยอาจต้องระวังการสั่นไหวของมือบ้างเพื่อให้ภาพยังมีความคมชัด การซูมภาพ 2 เท่า หรือซูมดิจิทัลไปได้ถึง 8 เท่า ให้ภาพออกมาดีกว่าที่คิดและจัดการ noise ได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาใกล้เคียงกัน
ในส่วนของกล้องมาโครสำหรับถ่ายภาพจากระยะใกล้กว่าปกติแม้ว่ากล้องในส่วนนี้สามารถบันทึกภาพด้วยความละเอียดแค่ 2MP แต่ถ้าแสงไม่แย่เกินไปนักภาพที่ได้ก็ออกมาดูดีเลยทีเดียว
สำหรับ HONOR X8 เมื่อได้ลองใช้งานแล้วสิ่งแรกที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ มันเป็นสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงที่ตั้งใจออกแบบให้ใช้งานแล้วรู้สึกได้ถึงความพรีเมียมในการใช้งาน ตัวเครื่องที่มีขนาด 163.4 x 74.7 x 7.45 mm ถือว่าบางมาก คือตัวเครื่องมีความหนาเพียงแค่ 7.45mm เท่านั้นเอง
เมื่อประกอบกับหน้าจอแสดงผลที่มีขอบจอบางมากกว่าปกติ ดีไซน์ขอบตัวเครื่องที่เป็นเหลี่ยมและน้ำหนักเบาเพียง 177 กรัม ทำให้ HONOR X8 เป็นสมาร์ทโฟนจอใหญ่ภาพคมชัดที่จับถือใช้งานได้ถนัดมือมาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่มือเล็ก เวลาพกพาก็สะดวกกว่าสมาร์ทโฟนที่มีขนาดตัวเครื่องเทอะทะด้วยเช่นกัน
ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังรวมอยู่กับปุ่ม POWER/LOCK SCREEN ด้านข้างตัวเครื่องถือว่าเป็นอีกหนึ่งของดีเพราะว่ามันทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วฉับไวและแม่นยำ ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ได้แตกต่างจากสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม

สำหรับตัวเครื่อง HONOR X8 ที่เรานำมารีวิวนี้เป็นสี Ocean Blue อุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาก็เหมือน ๆ กับ HONOR X7 อย่างไรก็ดีสังเกตว่า HONOR X8 เป็นโทรศัพท์มือถือ 4G LTE สองซิม (นาโนซิม) ที่ถาดใส่ซิมไม่ได้เผื่อพื้นที่ไว้ให้เพิ่มความจุข้อมูลได้เหมือนอย่าง HONOR X7
ในด้านการใช้งานนั้นก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ในประสบการณ์แบบเดียวกับที่ได้จาก HONOR X7 ทั้งในแง่ของประสบการณ์ที่ได้จาก Magic UI4.2 ที่เราคุ้นเคย หรือความลื่นไหลฉับไวเกินราคาที่ทำให้เราต้องลืมประสบการณ์ของสมาร์ทโฟนราคาประหยัดในยุคก่อนหน้านี้ไปเลยทีเดียว
ทว่าอีกหนึ่งจุดเด่นของ HONOR X8 คือ ในเวลาที่มีการเปิดใช้งานหลาย ๆ แอปฯ ในเวลาเดียว หรือเมื่อเปิดหน้าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหายาวหรือมีภาพประกอบจำนวนมาก สมรรถนะที่ได้จาก HONOR X8 นั้นให้ความลื่นไหลดีกว่ารุ่นน้องเล็กพอสมควร
สำหรับระบบกล้องของ HONOR X8 นั้น ได้ลองใช้งานแล้วพบว่ามันสามารถรองรับการถ่ายภาพในบริเวณที่มีแสงน้อยออกมาได้ดีกว่า แตกต่างอย่างชัดเจนอีกส่วนก็คือ ระบบกล้องหน้า 16MP ก็ให้ภาพเซลฟี่ออกมาได้น่าประทับใจกว่า (ได้รูปสวย ๆ ง่ายกว่า)
ในฐานะที่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm มาในตัว เมื่อเราลองใช้สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นเพลงโดยใช้แอปฯ TIDAL หรือแอปฯ เล่นเพลงชั้นดีอย่าง USB Audio Player Pro (UAPP) พบว่า DAC ในตัวของ HONOR X7 และ HONOR X8 สามารถเล่นไฟล์เสียงรายละเอียดสูงระดับ 24bit/192kHz ได้โดยตรง หรือเมื่อลองต่อใช้งาน DAC ภายนอกก็สามารถทำได้อย่างราบรื่นเช่นกัน
ดังนั้นใครที่มองหาสมาร์ทโฟนราคาประหยัดสักเครื่องไปใช้งานเป็นเครื่องเล่นหรือสตรีมเพลงคุณภาพสูงทั้ง HONOR X7 และ HONOR X8 ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี
HOHOR X7 และ HONOR X8 เหมาะกับใคร ?
ในภาพรวมแล้วแม้ว่าเรานั้นชอบ HONOR X7 ในแง่ของความคุ้มค่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อได้ลองใช้ HONOR X8 ไปสักพักความรู้สึกพรีเมียมกว่า ตั้งแต่การจับถือตัวเครื่อง ไปจนถึงหน้าจอขอบบาง ๆ ดูสะอาดตาที่เรามองเห็นอยู่ตลอดเวลาที่ใช้งานก็ทำให้ HONOR X8 ซื้อใจเราได้มากขึ้นเช่นกัน
สรุปในเบื้องต้นทั้ง HONOR X7 และ HONOR X8 จัดได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบา ๆ ที่มาพร้อมกับสเปคฯ คุ้มราคา ใช้งานได้ลื่นไหล ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย
ใครที่เป็นแฟนออเนอร์อยู่แล้วนี่คือการกลับมาที่จะทำให้แฟนออเนอร์ถูกใจแน่นอน หากเป็นคนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนของออเนอร์แล้วอยากลองใช้งานยี่ห้อนี้ ทั้งสองรุ่นนี้เหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักออเนอร์อย่างไม่ต้องสงสัย จัดว่าอยู่ในระดับ Best Buy สำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์เนมราคาประหยัด
โปรโมชั่นสุดพิเศษ เมื่อจอง HONOR X8 หรือ HONOR X7 ล่วงหน้า ผ่านตัวแทนจำหน่ายทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 26 กรกฎาคม 2565 พร้อมรับสิทธิประโยชน์ มูลค่ารวมสูงสุด 5,499 บาท
– เมื่อจอง HONOR X8 หรือ HONOR X7 รับฟรี สายชาร์จ S-GEAR Cable 3-in-1 มูลค่า 359 บาท
โดยไม่ว่าจะจอง HONOR X Series รุ่นใด ก็มั่นใจได้กับคุณภาพเต็มเปี่ยมกับ HONOR X Privilege Card ด้วยสิทธิประโยชน์มูลค่า 4,600 บาท ซึ่งประกอบด้วยประกันหน้าจอแตกคุ้มครอง 90 วัน และ สิทธิรับการซ่อมบำรุง โดยไม่เสียค่าบริการเป็นเวลา 2 ปี และสามารถรับเครื่อง HONOR X Series ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป














