Philips OLED+935 จัดเต็มระบบภาพ และระบบเสียงจาก Bowers & Wilkins
Philips เผยโฉมทีวีระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ OLED+935 มาในตัวเลือกขนาด 48 นิ้ว (48OLED935), 55 นิ้ว (55OLED935) และ 65 นิ้ว (65OLED935)
นี่จะเป็น OLED ทีวีรุ่นแรกของ Philips ที่มาในขนาด 48 นิ้ว เช่นเดียวกับ LG OLED48CX และ Sony KD-48A8 ซึ่งทั้งหมดนั้นได้เลือกใช้แผงจอแสดงผล OLED จาก LG Display
นอกจากคุณภาพของภาพที่มาในขนาดตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นแล้ว Philips OLED+935 ยังมาพร้อมกับการอัปเกรดจากทีวีรุ่นก่อนหน้าในหลายส่วน
ส่วนที่ชัดเจนมากที่สุดนั้นเป็นเรื่องของระบบเสียง Philips OLED+935 นั้นมาพร้อมกับลำโพงซาวด์บาร์ที่ออกแบบโดย Bowers & Wilkins ผู้ผลิตลำโพงชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ซึ่งทั้งสองแบรนด์นั้นได้ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่องแล้วสักพักหนึ่ง
ลำโพงซาวด์บาร์ในทีวีรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับกำลังขับรวม 70 วัตต์ นอกจากมีทวีตเตอร์แบบ on-top อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Bowers & Wilkins แล้ว ยังมีลำโพงที่ยิงเสียงขึ้นทางด้านบน เพื่อรองรับระบบเสียง Dolby Atmos 3.1.2 ch รวมอยู่ด้วย
ทางด้านระบบภาพ Philips OLED+935 มาพร้อมกับชิปประมวลผลภาพรุ่นล่าสุด P5 AI Intelligent Dual Picture Engine ที่มีชิปเอไอรวมประมวลผลอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีป้องกันอาการเบิร์นอินของหน้าจอ ซึ่งคุยว่าสามารถลดปัญหาการเบิร์นอินของหน้าจอ OLED ได้ดีกว่า 95% โดยใช้เทคนิคการสแกนและลดความสว่างของส่วนที่เป็นภาพนิ่งบนหน้าจอ
นอกจากนั้นแล้วในทีวีรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมกับแสงไฟสำหรับสร้างบรรยากาศหรือ Ambilight LED ครบทั้ง 4 ด้านของจอแสดงผล อย่างไรก็ดี Philips ไม่ได้อัปเกรดขั้วต่อเป็น HDMI 2.1 ดังนั้นฟีเจอร์ใหม่ ๆของทีวียุคนี้ จึงมีเพียงแค่ ALLM (Auto Low Latency Mode) และไม่รองรับ eARC (Enhanced Audio Return Channel), VRR (Variable Refresh Rate) รวมทั้ง HFR (High Frame Rate เช่น 4K 120Hz
Philips OLED+935 รุ่นจอ 55 และ 65 นิ้ว ตั้งราคาเอาไว้ที่ 2,000 และ 2,700 ปอนด์ พร้อมวางจำหน่าย (ในต่างประเทศ) ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ขณะที่รุ่นหน้าจอ 48 นิ้ว ตั้งราคาเอาไว้ที่ 1,800 ปอนด์ จะวางจำหน่าย (ในต่างประเทศ) เดือนตุลาคมนี้
ที่มา: tpvision