Site icon AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

4K vs. UHD ความเหมือนที่แตกต่าง

4K vs. UHD the different you should know

ในเวลานี้จอภาพ 4K ได้กลายเป็นกระแสหลักสำหรับผู้บริโภคทั่วไปแล้ว ทว่ามีคำอยู่ 2 คำคือ 4K และ UHD (Ultra High Definition) ที่บรรดาผู้ผลิตทีวี ผู้แพร่ภาพกระจายเสียง และบรรดาบล็อกสายเทคโนโลยีต่างใช้ 2 คำเหล่านี้แทนกัน

ทว่าที่มาแต่แรกเริ่มของ 2 คำนี้มิได้มีความหมายเดียวกัน และในทางเทคนิคแล้วมันก็ยังคงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

จากมุมมองของผู้ชม ความแตกต่างของ 2 คำนี้อาจไม่ใช่สาระสำคัญ ในปัจจุบันคำว่า 4K อาจถูกพูดถึงมากกว่าคำว่า UHD แต่บางครั้งไดรฟ์ Blu-ray คุณภาพสูงจะถูกวางตลาดในชื่อ 4K Ultra HD คือเลือกใช้ทั้ง 2 คำไปเลย

4K vs. UHD
วิธีที่ง่ายที่สุดในการแยกแยะความแตกต่างระหว่าง 4K และ UHD คือ 4K เป็นมาตรฐานการผลิตและภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ ในขณะที่ UHD เป็นมาตรฐานการแสดงผลและการออกอากาศสำหรับผู้บริโภค หากต้องการทราบว่ามันทำให้เกิดความสับสนอย่างไร ให้ดูที่ประวัติความเป็นมาของคำศัพท์ 2 คำนี้ …

คำว่า “4K” เกิดขึ้นมาจากกลุ่ม Digital Cinema Initiatives (DCI) ซึ่งเป็นกลุ่มของสตูดิโอภาพยนตร์ที่พยายามสร้างมาตรฐานข้อกำหนดสำหรับการผลิตและการฉายภาพดิจิทัลที่เนื้อหามีรายละเอียดภาพระดับ 4K ซึ่งในกรณีนี้คือที่ความละเอียด 4,096 x 2,160 พิกเซล คิดเป็น 4 เท่าของมาตรฐานการตัดต่อและการฉายภาพดิจิทัลที่ใช้งานก่อนหน้านี้ (2K หรือ 2,048 x 1,080 พิกเซล)

ที่ความละเอียด 4,096 x 2,160 พิกเซล หมายถึงจำนวนพิกเซลในแนวนอน 4,096 หรือประมาณ 4 พันพิกเซล มาตรฐาน 4K นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความละเอียดภาพ เพราะว่ายังมีข้อกำหนดในเรื่องของการเข้ารหัสเนื้อหา 4K โดยการเข้ารหัส DCI 4K นั้นเลือกใช้การเข้ารหัสแบบ JPEG2000 ซึ่งมีบิตเรตสูงสุดเท่ากับ 250Mbps และมีความลึกของระดับสีในระดับ 12 บิต 4: 4: 4

สำหรับ UHD หรือว่า Ultra High Definition คือการต่อยอดจากคำว่า Full HD (FHD) ซึ่งเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของภาพที่มีความละเอียด 1,920 x 1,080 พิกเซล สำหรับ UHD ซึ่งมีความละเอียดเป็น 4 เท่า หมายความว่ามีความละเอียดอยู่ที่ 3,840 x 2,160 พิกเซล ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับความละเอียดของระบบภาพ 4K (4,096 x 2,160 พิกเซล) ที่ได้พูดถึงก่อนหน้านี้

ดังนั้นสมาร์ททีวีหรือจอมอนิเตอร์ส่วนใหญ่ที่ได้โฆษณาว่าให้ภาพในรูปแบบ 4K ในความเป็นจริงแล้วมันคือ UHD แน่นอนว่ามีจอแสดงผลบางรุ่นที่มาพร้อมความละเอียดภาพ 4,096 x 2,160 พิกเซล จริง ๆ ซึ่งมีอัตราส่วนของภาพเพิ่มขึ้นเป็น 1.9:1 (17.1:9) ขณะที่จอส่วนใหญ่นั้นมีความละเอียดที่ 3,840 x 2,160 พิกเซล โดยมีอัตราส่วนภาพอยู่ที่ 1.78:1 (16:9)

ไดอะแกรมที่แสดงขนาดภาพที่สัมพันธ์กันของ 4K กับ 1080p — ยกเว้นว่า 4K ควรมีป้ายกำกับ UHD หรือ 2160p

เหตุใดจึงไม่ (อยาก) ใช้ 2160p ?
ในเวลานี้ไม่ใช่ว่าบรรดาผู้ผลิตทีวีนั้นไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่าง 4K และ UHD ทว่าน่าจะด้วยเหตุผลทางการตลาด ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยึดติดกับคำว่า 4K มากกว่า

แต่เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับมาตรฐาน 4K ที่แท้จริงของ DCI ผู้ผลิตทีวีบางรายจึงเลือกใช้เป็น “4K UHD” ขณะที่บางรายนั้นก็เลือกใช้เป็น “4K” เพียงอย่างเดียว

เพื่อให้เกิดความสับสนมากขึ้นที่จริงแล้วคำว่า UHD ยังแบ่งใช้เป็น 2 กรณี คือ ภาพที่มีความละเอียด 3,840 x 2,160 พิกเซล และสำหรับภาพที่มีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 7,680 x 4,320 พิกเซล ก็ยังเรียกว่า UHD เหมือนกัน

ดังนั้นการเรียกโดยอ้างอิงถึงตัวแปรอื่นด้วยเป็น 4K UHD และ 8K UHD จึงมีเหตุผลที่น่าใช้งานมากกว่าเนื่องจากว่าไม่ทำให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดแน่ ๆ หากว่าต้องเรียกให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น คำว่า 8K UHD น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น QUHD (Quad Ultra HD) มากกว่า

ความจริงทางออกที่แท้จริงน่าจะเลิกใช้คำว่า 4K ไปเลย และเลือกใช้เป็นคำว่า 2160p แทน โดยความละเอียดในการแสดงผลและการออกอากาศมักอ้างถึงตัวเลขความละเอียดในเส้นแนวนอนตามด้วยตัวอักษร “i” หรือ “p”

โดย “i” หมายถึงการสแกนภาพในแนวตั้งแบบ interlacing และ “p” ซึ่งหมายถึงการสแกนภาพในแนวตั้งแบบโปรเกรสซีฟ เช่น 576i (PAL), 480i (NTSC), 576p (DVD), 720p, 1080i, 1080p เป็นต้น

แต่เหตุผลที่ไม่เป็นเช่นนั้นก็คือ จำนวนตัวเลขมันไม่ตรงกับความละเอียดที่เพิ่มขึ้น เช่น “2160p” หากดูเพียงตัวเลขเหมือนว่ามันมีความละเอียดเพิ่มจาก 1080p แค่ 2 เท่า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันเพิ่มขึ้น 4 เท่า

ที่น่าสับสนกว่านั้นคือ ในความเป็นจริงจอแสดงผลส่วนใหญ่ยืนยันความละเอียดในแนวตั้งที่ 2160p แต่ไม่ได้การันตีว่าความกว้างในแนวนอนนั้นมีความละเอียดเป็น 3,840 หรือ 4,096 พิกเซล ในเว็บไซต์ของ Newegg มีข้อมูลของจอแสดงผลไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่เป็นจอ 4K จริง ๆ คือมีความละเอียดที่ 4,096 x 2,160 พิกเซล ซึ่งสังเกตได้ว่าจอเหล่านั้นมีราคาค่อนข้างสูง และเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานเป็นลูกค้าในสายงานมืออาชีพเป็นหลัก

ในเวลานี้มีทีวี 4K อยู่ทุกหนทุกแห่ง จึงต้องใช้ความพยายามร่วมกันจากผู้ผลิตทีวีรายใหญ่อย่างน้อยหนึ่งรายช่วยรณรงค์ให้เลือกใช้คำว่า 4K แล้วหันมาใช้คำว่า UHD แทน


ที่มา: extremetech

Exit mobile version