3 จุดเด่นโดนใจของแท็บเล็ตแฝดคนละฝา Huawei “MatePad” และ “MatePad T 8”
หลังจากที่ได้เผยโฉมไปแล้วอย่างเป็นทางการในงานไลฟ์สตรีม Huawei MateBook, MatePad Online Local Launch Event ในบ้านเรา หลายคนอาจจะเกิดไอเดียว่าแท็บเล็ตสุดคุ้มค่าอย่าง “Huawei MatePad” และ “Huawei MatePad T 8” น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับชีวิตการทำงานที่ต้องเดินทางเข้าออฟฟิศสลับกับนั่งปั่นงานอยู่บ้านในช่วงนี้
เพราะนอกจากแท็บเล็ตทั้งสองตัวจะอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์การใช้งานสารพัด ราคายังเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์มาก เรามาดูไปด้วยกันอีกทีดีกว่าว่าแท็บเล็ตแต่ละรุ่นมีดีเรื่องไหนบ้าง จะได้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่านี่คือแท็บเล็ตที่ใช่สำหรับคุณและลูก ๆ หลาน ๆ ในบ้านคุณหรือไม่ !
Huawei MatePad แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงและการทำงานที่สมบูรณ์แบบ
1. หน้าจอใหญ่แบบ FullView Display สำหรับความบันเทิงแบบเต็มอิ่ม
![]()
![]()
จุดเด่นแรกที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ MatePad ก็คือหน้าจอใหญ่แทบไร้ขอบขนาด 10.4 นิ้ว ที่มีอัตราส่วนระหว่างหน้าจอหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 84% และมีขอบบางเพียง 7.9 มม. เท่านั้น
นอกจากนี้ยังส่งมอบภาพที่คมชัดด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียดสูง 2000 x 1200 พิกเซล และยังมาคู่กับลำโพงขนาดใหญ่ 4 ตัว พร้อมระบบเสียงที่ได้รับการปรับแต่งโดยแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังอย่าง Harman Kardon อีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งภาพและเสียงมาเต็มสำหรับสายบันเทิง
![]()
2. ขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 810 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลไม่เสียอารมณ์
ไม่ว่าจะโหลดแอปพลิเคชันดูหนังออนไลน์หรือเล่นเกมใด ๆ ก็รวดเร็ว ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ด้วยชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin 810 ที่มาพร้อมกับ GPU Mali-G52 และหน่วยประมวลผล AI NPU ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เรียนออนไลน์ ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมที่มีกราฟฟิกสูง ๆ ก็ทำได้อย่างไม่มีปัญหา
![]()
3. ทำงานได้สะดวกรวดเร็วบนแท็บเล็ต ด้วยโหมด Multitask และฟีเจอร์ Huawei Share
ตัวแท็บเล็ต MatePad ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Multi-Window ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันได้สูงสุดถึง 3 แอปบนหน้าจอเดียว ช่วยให้สามารถใช้งานแบบ Multitask ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเล่น และการเรียน เพียงแตะที่แท็บเพื่อแสดงเมนูลัดก็เกินพอ
นอกจากนี้ ยังมี Huawei APP Multiplier ที่ช่วยแบ่งหน้าจอระหว่างการใช้งานแอปฯ เดียวกัน ให้แสดงสองหน้าจอคู่ขนานกันได้ ตบท้ายด้วยฟีเจอร์ Huawei Share บนระบบปฏิบัติการ EMUI 10 ที่ทำให้แท็บเล็ตเครื่องนี้สามารถเชื่อมต่อกับดีไวซ์อื่น ๆ ในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยได้อย่างสะดวกสบายเพียง One Tap
แท็บเล็ตเพื่อการศึกษา “Huawei MatePad T 8” สำหรับให้เด็ก ๆ ใช้หาความรู้จากที่บ้านได้ง่าย ๆ
1. หน้าจอถนอมสายตาสำหรับการเรียนในยุคดิจิทัลให้ไม่เสียสุขภาพ
![]()
ปัญหาหลักของการเรียนผ่านออนไลน์ก็คือเด็กจะสายตาเสียจากการนั่งจ้องหน้าจอนาน ๆ นี่แหละ โชคดีที่หัวเว่ยเขาออกแบบหน้าจอแท็บเล็ต MatePad T 8 ให้มาแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอที่เป็นมิตรต่อสายตา (Eye Comfort Certification) ที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Certification ช่วยลดแสงสีฟ้าและลดอาการกะพริบของภาพเพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีโหมด eBook ที่ทำให้ประสบการณ์การอ่านหนังสือบนแท็บเล็ตลื่นไหลสบายตา แทบไม่ต่างจากการอ่านหนังสือจริง ทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ปรับท่าทางและเว้นระยะการรับชมภาพจากหน้าจอให้เหมาะสมอีกด้วย
2. แบตสุดอึด เพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
หมดกังวลว่า MatePad T 8 จะหมดไฟไปซะก่อนในระหว่างที่เด็ก ๆ กำลังหาความรู้ผ่านออนไลน์ เพราะตัวแท็บเล็ตมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5100 mAh ซึ่งรองรับการรับชมวิดีโอหรือเล่นอินเทอร์เน็ตได้ติดต่อกันนานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง และฟังไฟล์เสียงได้ติดต่อกันนานสูงสุดถึง 75 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังสามารถเปิดเครื่องแบบล็อกหน้าจอทิ้งไว้ได้นานกว่า 3 สัปดาห์เลยนะ! นอกจากนั้น แม้เป็นแท็บเล็ต Entry-Level แต่ก็รองรับระบบปฏิบัติการ EMUI 10 ใหม่ล่าสุด และยังรองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า (Facial Unlock) เพียงยกแท็บเล็ตขึ้นสแกนใบหน้า
3. ฟีเจอร์ Kids Corner รองรับการใช้งานของเด็กเล็กโดยเฉพาะ
![]()
Huawei MatePad T 8 ยังสามารถแปลงโฉมเป็นสนามเด็กเล่นให้กับลูกน้อยได้ด้วยฟีเจอร์ Kids Corner ซึ่งมาพร้อมกับอินเตอร์เฟซที่เหมาะกับการใช้งานของเด็กเล็ก
ทั้งยังติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับเด็กมาไว้ให้เรียบร้อยในตัวเครื่องนอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Parental Control ซึ่งช่วยให้พ่อแม่และผู้ปกครองสามารถจำกัดการเข้าถึงวิดีโอ รูปภาพ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ไม่อยากให้เด็ก ๆ เข้าถึงได้ รวมถึงสามารถควบคุมระยะเวลาการใช้งานแท็บเล็ตได้เช่นกัน
สำหรับใครที่รู้สึกว่าแท็บเล็ต 2 รุ่นนี้แหละ ใช่เลย ! มาพร้อมราคาโดนใจด้วยนะ โดย Huawei MatePad รุ่น WIFI (RAM 4GB, ROM 64 GB) ราคา 9,990 บาท มาพร้อมกับสี Midnight Grey แบบเรียบหรู
และแท็บเล็ต Huawei MatePad T 8 ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น WIFI (RAM 2G และ ROM 16G) อยู่ที่ 3,690 บาท และรุ่น 4G (RAM 2G และ ROM 32G) ใช้ได้ทั้ง WIFI และผ่านซิมการ์ด รองรับความเร็วระดับ 4G ราคา 4,690 บาท มาพร้อมกับสี Deepsea Blue
![]()
โดยตอนนี้อยู่ในช่วงพรีออเดอร์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 มิถุนายน 2563 พร้อมของแถมเพียบ โดยสามารถไปหาข้อมูลเพิ่มกันได้เลย สำหรับ MatePad https://consumer.Huawei.com/th/tablets/matepad/ และ MatePad T 8 https://consumer.Huawei.com/th/tablets/matepad-t-8/